ผู้ชม
1
เนื้อหา
23
เนื้อหาที่เปิดอ่าน
7714495

ระบบปฏิบัติการ Windows Vista

ไมโครซอฟต์ Windows Vista เป็นการพัฒนาจาก บริษัทไมโครซอฟต์ เพื่อใช้กับเครื่อง ไมโครคอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer: PC) ซึ่งคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมีโปรแกรมระบบปฏิบัติการ (Operating System) ในการทำหน้าที่ควบคุมการทำงานต่างๆ ของเครื่อง และอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งมีคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่สูงขึ้น จากระบบ Windows XP โดยต้องเตรียมคุณสมบัติ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ เตรียมฮาร์ดดิสก์ (การแบ่งพาร์ติชัน) การฟอร์แมต แล้วจึงติดตั้ง ระบบปฏิบัติการ Windows Vista ได้ ซึ่งระบบปฏิบัติการต่างๆ ที่ทางไมโครซอฟท์ ได้ออกแบบมา ต้องสัมพันธ์กันกับ อุปกรณ์ภายในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย ไม่เช่นนั้น การทำงานของระบบอาจ ไม่มีประสิทธิภาพพอ

 

ความสำคัญของระบบปฏิบัติการ
ในอดีตการพัฒนาโปรแกรมสำหรับหน้าที่หนึ่ง ๆ ต้องใช้เวลามาก เพราะต้องเขียน โปรแกรมถึง 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ โปรแกรมทำงาน และโปรแกรมที่ทำหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ภายในเครื่อง เมื่อมีการสร้างโปรแกรมใหม่ ปัญหาก็คือ ต้องมีการสร้างโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์อีกครั้ง ซ้ำซ้อนกับผู้อื่นที่ได้สร้างโปรแกรมนี้ไว้แล้ว ทำให้การพัฒนาโปรแกรมเป็นไป อย่างล่าช้า เพื่อแก้ปัญหานี้จึงได้มีการคิดค้นโปรแกรมที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางควบคุมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ขึ้น ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ระบบปฏิบัติการ หรือ โอเอส (OS: Operating System) ทำให้ไม่ต้องมีการเขียนโปรแกรมที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อีกต่อไป เพราะสามารถทำงานผ่านระบบปฏิบัติการได้โดยตรง

วิวัฒนาการของ Windows Vista
ไมโครซอฟต์ Windows Vista เป็นโปรแกรมระบบปฏิบัติการที่พัฒนาโดยบริษัทไมโครซอฟต์ เพื่อใช้กับเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์ ส่วนบุคคล (Personal Computer: PC) คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมีโปรแกรม ระบบปฏิบัติการ (Operating System) ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเครื่อง และอุปกรณ์ต่าง ๆ มิเช่นนั้นคอมพิวเตอร์จะไม่สามารถนำมาใช้งานได้ บริษัทไมโครซอฟต์ได้พัฒนาระบบปฏิบัติการขึ้นมาใช้กับเครื่อง PC มาตั้งแต่ยุคแรก ๆ เรียกชื่อระบบปฏิบัติการนั้นว่า MS-DOS (Microsoft Disk Operating System) ที่มีการทำงานใน แบบเท็กซ์โหมด และได้เปลี่ยนมาเป็นระบบปฏิบัติการ Windows ที่มีการทำงานแบบโหมดกราฟิก ซึ่งทางบริษัทไมโครซอฟต์ได้ทำการพัฒนาไปเรื่อย ๆ ตามการเปลี่ยนแปลงทางด้านฮาร์ดแวร์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ แนวคิดในการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการของบริษัทไมโครซอฟต์ จะ เน้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอยู่สองกลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป และกลุ่มผู้ใช้งานด้าน ระบบปฏิบัติการเครือข่าย เริ่มจาก Windows 3.0 และ 3.1, Windows 95, Windows 98, Windows Me ซึ่งเป็น Windows สำหรับกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป และ Windows NT และ Windows 2000 ที่รวมเอา ความสามารถในการทำงานระดับเครือข่ายไว้ด้วย ต่อมาไมโครซอฟท์ได้รวม Windows ทั้งสอง
สายพันธุ์นี้เข้าไว้ด้วยกันเป็น Windows XP ซึ่งมี 2 รุ่นสำคัญคือ Home Edition (สำหรับ ผู้ใช้งานทั่วไป) และ Professional Edition (สำหรับผู้ใช้งานองค์กร) Windows XP นับเป็น

 

วิวัฒนาการของระบบปฏิบัติการ Windows

นี่ยังไม่รวมกับปัจจุบันนี้ กับระบบปฏิบัติการ Windows 7

รุ่นต่าง ๆ ของ Windows Vista
Microsoft Windows Vista ได้รับการออกแบบให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้น สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกกลุ่ม ตั้งแต่ผู้ใช้งานที่บ้านซึ่งใช้เครื่องของตนในการท่องเว็บตามปกติ จนถึงนักธุรกิจที่ต้องจัดระเบียบและจัดการข้อมูลที่มีปริมาณมาก รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องทำ การวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน เพื่อให้ทุกคนได้รับผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อ ตอบสนองการใช้งานเฉพาะของแต่ละคน Microsoft จะนำเสนอ Windows Vista ในรุ่นต่าง ๆ 4 รุ่น ด้วยกัน ได้แก่ Home Basic, Home Premium, Business และรุ่น Ultimate ที่เป็นรุ่นที่ได้ รวบรวมคุณสมบัติการใช้งานทั้งหมดไว้ แต่ละรุ่นจะเน้นในการตอบสนองการใช้งานแต่ละประเภท โดยเฉพาะ ไม่ว่าเราจะใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อจุดประสงค์ใดก็ตาม ตั้งแต่ความบันเทิงภายในบ้านไป จนถึงประสิทธิผลทางธุรกิจ Windows Vista จะมีรุ่นที่เหมาะสำหรับทุกคนเสมอ สำหรับองค์กรระดับโลกที่มีขนาดใหญ่ มีโครงสร้างด้าน IT ที่ซับซ้อน เราขอแนะนำให้ พิจารณา Windows Vista ในรุ่นพิเศษ คือ Windows Vista Enterprise Edition
ส่วน Windows Vista รุ่น Starter Edition นั้น เป็นรุ่นที่ออกมาเน้นทำราคาถูก และมีขายใน บางประเทศเท่านั้น แต่มีข้อจำกัดกว่า Windows Vista รุ่นทั่วไปหลายประการ เช่น มีความสามารถ ด้านเครือข่ายที่จำกัด และรองรับเพียงระบบ 32 บิต เท่านั้น

 

1. Windows Vista Home Basic เหมาะสำหรับผู้ใช้ ภายในบ้านที่ต้องการใช้งานคอมพิวเตอร์พื้นฐาน เช่น อีเมล การเรียกดู อินเทอร์เน็ต และการดูภาพถ่าย ติดตั้งและบำรุงรักษาได้ง่าย ช่่วยให้เราค้นหาสิ่งที่ ต้องการในคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็ให้
สภาพการใช้งานที่มีความปลอดภัยมากขึ้นเพื่อช่วยปกป้องเราจากโลกที่ไม่ สามารถคาดการณ์ได้
2. Windows Vista Home Premium เป็นรุ่นที่เหมาะ
ที่สุดสำหรับเครื่องเดสก์ท็อปที่ใช้งานตามบ้านและคอมพิวเตอร์แบบพกพา ในรุ่น
นี้มีการออกแบบที่ล้ำยุคที่ช่วยให้เราใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อย่างเฉพาะเจาะจงมาก
ขึ้น ในขณะเดียวกันก็มอบประสิทธิผลการทำงาน ความบันเทิง และความ
ปลอดภัย ซึ่งเราต้องการจะได้รับจากคอมพิวเตอร์ของเราในบ้านหรือนอกบ้าน
3. Windows Vista Business เป็น Windows รุ่นแรกที่ได้รับ
การออกแบบมาเฉพาะเพื่อการตอบสนองความต้องการใช้งานของธุรกิจขนาดเล็ก
เราจะสามารถประหยัดเวลาที่ต้องเสียไปกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุน
เทคโนโลยีได้มากขึ้น เราจึงมีเวลามากขึ้นในการทำธุรกิจของเราให้ประสบ
ความสำเร็จ Windows Vista Business เป็นทางเลือกหนึ่งเดียวสำหรับธุรกิจของเรา
เพื่อวันนี้และวันข้างหน้า
4. Windows Vista Ultimate เป็นทางเลือกของผู้ที่ต้องการ
ใช้งานคุณลักษณะที่ครบถ้วน สลับสับเปลี่ยนระหว่างโลกของการใช้งานกับโลก
ของความบันเทิงได้อย่างง่ายดายด้วยรุ่นที่สมบูรณ์แบบที่สุดของ Windows Vista
Ultimate ให้คุณลักษณะต่างๆ ด้านการใช้งาน ความปลอดภัย และระบบเคลื่อนที่
ที่จำเป็นสำหรับงานของเรา รวมถึงคุณลักษณะด้านความบันเทิงให้เราเพลิดเพลิน
ได้ตามต้องการ
5. Enterprise การออกแบบที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงด้าน IT
ลงอย่างเห็นได้ชัด Windows Vista Enterprise สามารถตอบสนองต่อความ
ต้องการขององค์กรระดับโลกขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้าง IT ที่สลับซับซ้อนได้
6. Windows Vista Starter การออกแบบที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงด้าน IT ลง
อย่างเห็นได้ชัด Windows Vista Enterprise สามารถตอบสนองต่อความต้องการขององค์กรระดับ
โลกขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้าง IT ที่สลับซับซ้อนได้

 

 

การเปรียบเทียบคุณประสิทธิภาพของ Windows Vista ทั้ง 4 รุ่น

ประสิทธิภาพ
Home Basic
Home Premium
Business
Ultimate
Windows ที่มีความปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม
ด้วย Windows Defender และ Windows Firewall
ค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ทันใจ
ด้วยInstant Searchและ Windows Internet Explorer 7
Windows Aero ที่สวยงาม
ด้วยแถบเมนูแบบโปร่งใสคล้ายกระจก, Flip 3D, และ Live
Thumbnails
 
ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแล็ปท็อป
ด้วย Windows Mobility Center และการรองรับ Tablet PC
 
การแบ่งปันเอกสาร ด้วย Windows Meeting Space  
สัมผัสประสบการณ์ใหม่ด้านภาพถ่ายและความบันเทิง
ในห้องนั่งเล่นของเราด้วย Windows Media Center
 
 
สนุกสนานกับ Windows Media Center
ตลอดทั่วทั้งบ้านด้วย Media Center Extenders
 
 
ป้องกันข้อมูลจากฮาร์ดแวร์ที่เสียหาย
ด้วย Windows Complete PC Backup and Restore
   
ใช้ Data backup and security
เพื่อสำรองไฟล์ของเราโดยอัตโนมัติ
 
เชื่อมต่อเครือข่ายทางธุรกิจได้ง่ายยิ่งขึ้น
ด้วย Networking Center และเดสก์ท็อประยะไกล
   
ปกป้องข้อมูลของเราไม่ให้สูญหายได้ดียิ่งขึ้นด้วย Windows BitLocker Drive Encryption      
จัดทำดีวีดีได้อย่างง่ายดาย ด้วย Windows DVD Maker  
 
สนุกสนานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรายิ่งกว่าเดิม
ด้วยเกมใหม่ชั้นเยี่ยมถึง 3 เกม คือ Chess Titans, Mahjong Titans และ
Inkball
 
สร้างภาพยนตร์ความละเอียดสูง
ด้วย Windows Movie Maker in High Definition
 
 

คุณสมบัติของ Windows Vista แต่ละ อิดิชั่น

1. Windows Vista Home Basic
Windows Vista Home Basic เป็น Windows รุ่นที่เหมาะสำหรับความต้องการใช้งาน พื้นฐานตามบ้าน หากเราต้องการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราสำหรับการค้นหาข้อมูลใน อินเทอร์เน็ต ใช้งานอีเมล หรือดูภาพถ่าย เราขอแนะนำว่า Windows Vista Home Basic คือ รุ่นที่ เหมาะกับการใช้งานของเรา แม้ว่ารุ่นนี้จะมีข้อดีไม่มากเท่ากับ Windows Vista Home Premium แต่ก็สามารถช่วยให้เราใช้คอมพิวเตอร์ของเราได้อย่างง่ายดายและปลอดภัยขึ้นกว่า Windows XP

สิ่งแรกที่เราจะสังเกตเห็นได้จาก Windows Vista Home Basic คือ ความง่ายดายในการ ค้นหาโปรแกรมและไฟล์ต่างๆ ที่เราต้องการใช้งาน คุณลักษณะการค้นหาในเดสก์ท็อปแบบทันที จะค้นหาเอกสาร อีเมล ภาพถ่าย และไฟล์อื่นๆ ทั้งหมด แล้วจัดการเรียงผลลัพธ์ตามรูปแบบที่เรา ต้องการดู ยิ่งเมื่อทำงานร่วมกับการค้นหาเว็บในตัวของ Windows Internet Explorer 7 ใน Windows Vista แล้ว เราจะใช้เวลาในการค้นหาสิ่งที่เราต้องการน้อยลง เพื่อให้เราได้มีเวลาทำกิจกรรมอื่นๆ ได้มากขึ้น

ด้วยระบบป้องกันซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายและเว็บไซต์ปลอมแบบอัตโนมัติ Windows Vista Home Basic จะช่วยให้เราและครอบครัวสามารถใช้คอมพิวเตอร์ด้วยความมั่นใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ผู้ปกครองยังสามารถใช้การควบคุมที่มีอยู่ในการป้องกันการใช้คอมพิวเตอร์ของบุตร หลานอย่างไม่เหมาะสมได้อีกด้วย

Windows Vista Home Basic ช่วยทำให้การตั้งค่าคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ของเรา ง่ายดายขึ้น ด้วยคุณลักษณะที่โอนข้อมูลและการตั้งค่าทั้งหมดของเราออกจากคอมพิวเตอร์เครื่องเก่า ไปยังเครื่องใหม่ได้อย่างง่ายดาย ยิ่งกว่านั้น เรายังสามารถมั่นใจได้นานนับปีกับเทคโนโลยีที่ช่วยให้ ระบบของเราทำงานได้อย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้ตลอดอายุการใช้งาน

กล่าวโดยรวมก็คือ Windows Vista Home Basic มีคุณลักษณะที่จำเป็นสำหรับการใช้ งานภายในบ้าน

หมายเหตุ: หากระบบของเรามีโปรเซสเซอร์ 64 บิต เราสามารถใช้ประโยชน์ของการ ออกแบบที่ล้ำหน้าใน Windows Vista รุ่นนี้ได้อย่างเต็มที่

- ค้นหาได้ง่ายขึ้น และพบข้อมูลทุกอย่างที่อยู่ในเครื่องและอินเทอร์เน็ต ค้นหาข้อมูลในคอมพิวเตอร์ได้ทันที ทั้งไฟล์เอกสาร อีเมล ภาพถ่าย และเพลง ด้วยการค้นหาทันที ซึ่งถูกรวมเข้าไว้ในส่วนต่างๆ ของ Windows Vista การค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตก็สามารถทำได้ง่ายกว่าที่ผ่านมาด้วย Internet Explorer 7 ที่มีการค้นหาเว็บจากเบราว์เซอร์ โดยไม่ต้องใช้แถบเครื่องมือเพิ่มเติมใดๆ นอกจากนี้ การเบราวซ์ด้วยแท็บยังช่วยให้เราสามารถเรียกดูเว็บเพจได้หลายหน้าพร้อมกันในหน้าต่างเดียว เราสามารถดูข้อมูลที่เราสนใจได้ทันทีด้วย Windows Sidebar และโปรแกรม เบ็ดเตล็ดต่างๆ ซึ่งจะแสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์บนเดสก์ท็อปของเรา เช่น สภาพอากาศและข่าวสาร

คุณลักษณะแบบองค์กรที่คล่องตัวจะช่วยทำให้การค้นหาและดูไฟล์แบบทันที เป็นไปอย่างง่ายดายตามที่เราต้องการ

เก็บบันทึกความทรงจำที่มีค่าไปตลอดด้วย Windows Photo Gallery ในปัจจุบัน นี้ การดาวน์โหลดภาพถ่ายจากกล้องถ่ายรูปดิจิตอลสามารถทำได้ง่ายดายขึ้น รวมถึงการจัดการ แก้ไข ดู และแบ่งปันให้กับครอบครัวและเพื่อนฝูง

ติดตั้งและเรียกใช้ได้อย่างรวดเร็วโดยให้ Windows Easy Transfer คัดลอกไฟล์ ภาพถ่าย เพลง อีเมล และการตั้งค่าของเราจากคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าไปยังคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows Vista โดยอัตโนมัติ

Windows Vista จะทำงานด้วยตัวเองอยู่ในเบื้องหลัง จึงทำให้เราได้รับ ประสบการณ์การใช้งานที่ดีและรวดเร็วขึ้น เมื่อใช้การวินิจฉัยและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน ในตัว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ จะทำให้ Windows Vista มีการตอบสนองต่อโปรแกรมประยุกต์ที่เรา ใช้งานบ่อยได้ดีขึ้น และช่วยลดเวลาในการดาวน์โหลดไฟล์ลงได้

Windows SuperFetch ช่วยทำให้การทำงานของเครื่องและการโหลดข้อมูลของ โปรแกรมประยุกต์รวดเร็วขึ้น

Windows Vista มีเทคโนโลยีการแก้ปัญหาด้วยตนเองใหม่ ที่สามารถระบุปัญหา และแก้ไขปัญหาได้เอง เราจึงสามารถลดความเสียหายของระบบให้น้อยลง

Windows Vista มีคุณลักษณะการวินิจฉัยความผิดพลาดในตัว ที่คอยตรวจสอบ ปัญหาด้านความล้มเหลวของฮาร์ดแวร์ ปัญหาเครือข่าย และการทำงานที่ช้า เพื่อให้สามารถแก้ไข ปัญหาได้ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของผู้ใช้

- รุ่นที่ปลอดภัยและไว้วางใจได้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาของ Windows Windows Defender ช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์ของเราจากหน้าต่างแบบป็อปอัพ การทำงานที่ช้า และภัยคุกคามด้านความปลอดภัยที่เกิดจากสปายแวร์และซอฟต์แวร์ที่ไม่พึง ประสงค์อื่นๆ
Internet Explorer 7 ช่วยให้เราสามารถเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยให้ สูงขึ้นกว่าที่เคยมีมา ก่อนที่เราจะเริ่มเบราส์เว็บ ด้วยการรักษาความปลอดภัยแบบไดนามิก เทคโนโลยีป้องกันฟิชชิ่ง ใน Internet Explorer 7 จะช่วยป้องกันเราจากเว็บไซต์ ปลอม ซึ่งพยายามที่จะขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของเรา คุณลักษณะเฉพาะของ Windows Vista คือ โหมดที่ได้รับการป้องกันของ Internet Explorer ซึ่งทำให้การเบราส์เว็บปลอดภัยขึ้น ด้วยการป้องกันการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ อันตรายที่ไม่พึงประสงค์

เมื่อใช้การควบคุมโดยผู้ปกครอง เราจะสามารถจัดการกฎสำหรับการใช้ คอมพิวเตอร์ของบุตรหลานของเราได้ เราสามารถตั้งเวลาการใช้งาน รวมถึงจัดการการเข้าเล่นเว็บ และเกมคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย
เมื่อใช้บัญชีผู้ใช้มาตรฐาน เราสามารถวางใจให้บุตรหลานของเราใช้ คอมพิวเตอร์ได้ และช่วยลดความเสี่ยงที่เด็ก ๆ อาจติดตั้งซอฟต์แวร์และทำการเปลี่ยนแปลงที่เป็น อันตรายต่อคอมพิวเตอร์ได้
ใช้คุณลักษณะการสำรองข้อมูลพื้นฐาน ในการป้องกันไฟล์ต่าง ๆ ของเรา ประกอบด้วยภาพดิจิตอล เพลง ภาพยนตร์ เอกสาร และข้อมูลอื่นๆ ที่ประมาณค่าไม่ได้

- ข้อกำหนดของระบบที่แนะนำสำหรับ Windows Vista Home Basic
- โปรเซสเซอร์ 1 GHz 32 บิต (x86) หรือ 64 บิต (x64)
- หน่วยความจำของระบบขนาด 512 MB
- ฮาร์ดดิสก์ขนาด 20 GB โดยมีพื้นที่ว่างอย่างน้อย 15 GB
- การสนับสนุนกราฟิก DirectX 9 และมีหน่วยความจำกราฟิก 32 MB
- ไดรว์ DVD-ROM
- ลำโพงหรือหูฟัง
- การเข้าใช้อินเทอร์เน็ต (อาจมีค่าใช้จ่าย)

ข้อกำหนดและฟังก์ชันของโปรแกรมตามจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการ ตั้งค่าระบบของเรา Windows Vista Upgrade Advisor ช่วยให้เราสามารถกำหนดคุณลักษณะและรุ่น ของ Windows Vista ที่ต้องการให้รันบนคอมพิวเตอร์ได้
- ข้อกำหนดขั้นต่ำที่สนับสนุน Windows Vista Home Basic คุณลักษณะบางประการของโปรแกรมไม่สามารถใช้ได้กับข้อกำหนดขั้นต่ำที่ สนับสนุน
- โปรเซสเซอร์ 800 MHz และหน่วยความจำของระบบขนาด 512 MB
- ฮาร์ดดิสก์ขนาด 20 GB โดยมีพื้นที่ว่างอย่างน้อย 15 GB
- การสนับสนุนกราฟิก Super VGA
- ไดรว์ CD-ROM


2. Windows Vista Home Premium

Windows รุ่นนี้เหมาะที่สุดสำหรับคำนิยามใหม่ของความเพลิดเพลินในการใช้ คอมพิวเตอร์ภายในบ้าน โดยมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

รุ่นของ Windows ที่เหมาะที่สุดสำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปและคอมพิวเตอร์แบบ พกพา Windows Vista Home Premium สามารถสร้างประสิทธิผลในการทำงานและความบันเทิงที่ เราต้องการจากคอมพิวเตอร์ที่บ้านหรือขณะเดินทาง ในรุ่นนี้มี Windows Media Center ซึ่งช่วยให้ เริ่มที่การออกแบบอันล้ำยุคที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์ของเราใช้งานง่ายขึ้นในทุก ๆ วัน ด้วย Windows Aero เราจะได้สัมผัสกับภาพสะท้อนที่เคลื่อนไหวได้ ภาพเคลื่อนไหวที่เลื่อนไปมา ได้อย่างราบรื่น แถบเมนูที่ใสเหมือนกระจก และความสามารถในการสลับไปมาระหว่างหน้าต่าง ต่าง ๆ ที่เปิดอยู่ในรูปแบบสามมิติใหม่ ความสามารถต่าง ๆ ในการค้นหาในเดสก์ท็อปแบบทันที และวิธีใหม่ ๆ ในการจัดการข้อมูลทำให้เราสามารถค้นหาและใช้อีเมล เอกสาร ภาพถ่าย เพลง และ ข้อมูลอื่น ๆ ที่เราต้องการได้อย่างรวดเร็ว

Windows Vista Home Premium ยังช่วยให้ข้อมูลส่วนตัว คอมพิวเตอร์ของเรา และการ ใช้คอมพิวเตอร์ของคนในครอบครัวปลอดภัยขึ้นกว่า Windows รุ่นก่อนๆ ตัวอย่างเช่น Windows Internet Explorer 7 ใน Windows Vista มีระบบป้องกันซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายและเว็บไซต์ปลอม แบบอัตโนมัติ ดังนั้นเราจึงสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ออนไลน์ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น Windows Vista Home Premium มีระบบสำรองไฟล์ต่างๆ ของเราโดยอัตโนมัติ เช่น ภาพดิจิตอลอัน ทรงคุณค่า เพลง ภาพยนตร์ เอกสาร และไฟล์อื่น ๆ เราจึงสามารถผ่อนคลายและมีสมาธิกับงานที่ สำคัญที่สุดของเรา ด้วยการใช้การควบคุมโดยผู้ปกครองที่มีอยู่ ผู้ปกครองจะสามารถควบคุมการใช้ คอมพิวเตอร์ของบุตรหลานให้มีความเหมาะสมและปลอดภัยขึ้น

ความสนุกสนานซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าใน Windows Vista Home Premium คือคุณลักษณะด้านความบันเทิงแบบดิจิตอลที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว Windows Media Center ช่วยให้เราจัดการและเพลิดเพลินกับภาพถ่าย เพลง ดีวีดี รายการโทรทัศน์ที่บันทึกไว้ และ โฮมมูฟวี่ส์ได้ง่ายขึ้น เพลิดเพลินไปกับความบันเทิงบนคอมพิวเตอร์ของเราหรือบนโทรทัศน์ใน ห้องนั่งเล่นด้วย Xbox 360 ที่เชื่อมต่อแบบไร้สายเข้ากับคอมพิวเตอร์ของเรา Windows Vista Home Premium ช่วยให้เราสามารถเขียนภาพสไลด์และโฮมมูฟวี่ส์ลงในแผ่นดีวีดี ให้ดูเหมือนวิดีโอระดับ มืออาชีพที่เพื่อน ๆ และครอบครัวของเราสามารถเปิดดูด้วยเครื่องเล่นดีวีดี หรือคอมพิวเตอร์เมื่อ ต้องการได้ ด้วยการผสานการสนับสนุนเกมและเพลงที่ไม่เป็นรองใคร ทำให้ Windows Vista Home Premium สามารถสร้างประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้านได้อย่างสมบูรณ์

หากเราต้องการคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้งานได้ตลอดเวลาแม้ในขณะเดินทาง เราจะ ชื่นชม Windows Vista Home Premium ที่ช่วยให้เราสามารถใช้ประโยชน์คอมพิวเตอร์แบบพกพา ได้สูงสุด ในรุ่นนี้ยังมีการจัดการพลังงานที่ไม่ซับซ้อน ระบบเครือข่ายไร้สายที่ใช้ง่ายขึ้น และระบบ การซิงค์ข้อมูลให้ตรงกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ช่วยให้เราเชื่อมต่อกับข้อมูลอยู่เสมอ ด้วยความยืดหยุ่นใน การใช้งานที่เหลือเชื่อ เราจึงสามารถวาดและเขียนลงใน Tablet PC ด้วยมือของเรา และสนุกกับสื่อ

ท้ายสุด Windows Vista Home Premium ยังช่วยให้เราสามารถตั้งค่าและใช้งาน คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วย Windows รุ่นนี้มีคุณลักษณะใหม่ ๆ ที่ช่วยให้การ โอนข้อมูลและการตั้งค่าต่าง ๆ ทั้งหมดของเราจากคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าไปยังเครื่องใหม่ง่ายขึ้น และมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้ระบบของเราทำงานได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง

ไม่ว่าเราจะกำลังจัดดุลเงินในบัญชี ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนผ่านคอมพิวเตอร์แบบ พกพา ดูภาพยนตร์ที่ดาวน์โหลดหรือบันทึกไว้ที่บ้าน หรือแบ่งปันภาพโปรดในแผ่นดีวีดีที่ทำขึ้นเอง ให้กับเพื่อนๆ การทำงานเหล่านี้ล้วนสามารถดำเนินไปได้อย่างดีเยี่ยมกว่าเดิมด้วยคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows Vista Home Premium

หมายเหตุ: หากระบบของเรามีโปรเซสเซอร์ 64 บิต เราสามารถใช้ประโยชน์จากการ ออกแบบที่ล้ำหน้าใน Windows Vista รุ่นนี้ได้อย่างเต็มที่

- ทำงานให้เสร็จได้ง่ายและสะดวกกว่า

ผู้ใช้งาน Windows Aero จะได้พบกับเอฟเฟ็กต์ภาพที่ตระการตา ซึ่งได้แก่ ภาพเคลื่อนไหวที่ให้ข้อมูล แถบเมนูที่โปร่งใสเหมือนกระจก และรูปขนาดย่อของโปรแกรมที่เปิด อยู่ การใช้งานเดสก์ท็อปที่สวยที่สุดของเรา

ส่วนที่เป็นลักษณะเฉพาะของ Windows Aero คือ Windows Flip 3D ซึ่งช่วยให้ เราสามารถพลิกดูโปรแกรมที่เปิดอยู่ในรูปแบบสามมิติซ้อนกันเพื่อให้ค้นหาและเลือกโปรแกรมที่ เราต้องการใช้ได้อย่างรวดเร็ว

เราสามารถค้นหาข้อมูล ซึ่งได้แก่ ไฟล์เอกสาร อีเมล ภาพถ่าย และเพลงใน คอมพิวเตอร์ของเราได้อย่างรวดเร็วด้วยการค้นหาทันที ซึ่งถูกรวมเข้าไว้ในส่วนต่างๆ ของ Windows Vista

การค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตก็สามารถทำได้ง่ายกว่าที่ผ่านมาด้วย Internet Explorer 7 ที่มีการค้นหาเว็บจากเบราว์เซอร์ โดยไม่ต้องใช้แถบเครื่องมือเพิ่มเติมใด ๆ การเบราวซ์ ด้วยแท็บยังช่วยให้เราสามารถเรียกดูเว็บเพจได้หลายหน้าพร้อมกันในหน้าต่างเดียวอีกด้วย

เราสามารถดูข้อมูลที่เราสนใจได้ทันทีด้วย Windows Sidebar และโปรแกรม เบ็ดเตล็ดต่างๆ ซึ่งจะแสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์บนเดสก์ท็อปของเรา เช่น สภาพอากาศและข่าวสาร

รูปแบบที่ยืดหยุ่นได้จะช่วยทำให้การค้นหาและดูไฟล์แบบทันทีเป็นไปอย่าง ง่ายดายตามที่เราต้องการ

เก็บบันทึกความทรงจำที่มีค่าให้คงอยู่ตลอดไปด้วย Windows Photo Gallery ใน ปัจจุบันนี้ การดาวน์โหลดภาพถ่ายจากกล้องถ่ายรูปดิจิตอลสามารถทำได้ง่ายดายขึ้น รวมถึงการ จัดการ แก้ไข ดู และแบ่งปันให้กับครอบครัวและเพื่อนฝูง

ติดตั้งและเรียกใช้ระบบปฏิบัติการได้รวดเร็วโดยให้ Windows Easy Transfer คัดลอกไฟล์ ภาพถ่าย เพลง อีเมล และการตั้งค่าของเราจากคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าไปยังคอมพิวเตอร์ ที่ใช้ Windows Vista โดยอัตโนมัติ

Windows Vista จะทำงานด้วยตัวเองอยู่ในเบื้องหลัง จึงทำให้เราได้รับ ประสบการณ์การใช้งานที่ดีและรวดเร็วขึ้น เมื่อใช้การวินิจฉัยและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน ในตัว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ จะทำให้ Windows Vista มีการตอบสนองต่อโปรแกรมประยุกต์ที่เรา ใช้งานบ่อยได้ดีขึ้น และช่วยลดเวลาในการดาวน์โหลดไฟล์ลงได้

Windows SuperFetch ช่วยปรับปรุงการตอบสนองและประสิทธิภาพการทำงาน ของคอมพิวเตอร์ด้วยการติดตามดูว่าเราใช้โปรแกรมประยุกต์ใดบ่อยและจะโหลดโปรแกรม เหล่านั้นล่วงหน้าไว้ในหน่วยความจำเพื่อให้เข้าใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

Windows Vista มีเทคโนโลยีการแก้ปัญหาด้วยตนเองใหม่ ที่สามารถระบุปัญหา และแก้ไขปัญหาได้เอง เราจึงสามารถลดความเสียหายของระบบให้น้อยลง Windows Vista มีคุณลักษณะการวินิจฉัยความผิดพลาดในตัว ที่คอยตรวจสอบ ปัญหาด้านความล้มเหลวของฮาร์ดแวร์ ปัญหาเครือข่าย และการทำงานที่ช้า เพื่อให้สามารถแก้ไข
ปัญหาได้ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของผู้ใช้

- การปกป้องคอมพิวเตอร์ ข้อมูลส่วนบุคคล และครอบครัวของเราที่ดีกว่า Windows รุ่นก่อน ๆ ทุกรุ่น

Windows Defender ช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์ของเราจากหน้าต่างป็อปอัพ การ ทำงานที่ช้า และภัยคุกคามด้านความปลอดภัยที่เกิดจากสปายแวร์และซอฟต์แวร์ที่ไม่พึงประสงค์ อื่นๆ

Internet Explorer 7 สามารถช่วยเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยให้สูงขึ้นกว่า ที่เคยมีมา ก่อนที่เราจะเริ่มเรียกดูเว็บได้ด้วยการรักษาความปลอดภัยแบบไดนามิก Internet Explorer 7 มีเทคโนโลยีป้องกันฟิชชิ่ง ซึ่งจะช่วยป้องกันเราจากเว็บไซต์ปลอม ซึ่งพยายามที่จะขโมยข้อมูล ส่วนบุคคลของเรา

คุณลักษณะเฉพาะของ Windows Vista คือ โหมดที่ได้รับการป้องกันของ Internet Explorer ซึ่งทำให้การเบราส์เว็บปลอดภัยขึ้น ด้วยการป้องกันการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ อันตรายที่ไม่พึงประสงค์

เมื่อใช้การควบคุมโดยผู้ปกครอง เราจะสามารถจัดการกฎสำหรับการใช้ คอมพิวเตอร์ของบุตรหลานของเราได้ เราสามารถตั้งเวลาการใช้งาน รวมถึงจัดการการเข้าเล่นเว็บ และเกมคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย

เมื่อใช้บัญชีผู้ใช้มาตรฐาน เราสามารถวางใจให้บุตรหลานของเราใช้ คอมพิวเตอร์ได้ และช่วยลดความเสี่ยงที่เด็ก ๆ อาจติดตั้งซอฟต์แวร์และทำการเปลี่ยนแปลงที่เป็น อันตรายต่อคอมพิวเตอร์ได้

การสำรองข้อมูลที่กำหนดเวลาไว้จะทำการสำรองไฟล์ต่าง ๆ เช่น ภาพดิจิตอลที่ ประเมินค่าไม่ได้ เพลง ภาพยนตร์ เอกสาร และอื่น ๆ โดยอัตโนมัติ เราจึงสามารถผ่อนคลายและมี สมาธิกับงานที่เราต้องการทำได้

- เพลิดเพลินไปกับความบันเทิงในบ้านด้วยวิธีการใหม่ทั้งหมด
ใช้ Windows Media Center เพื่อสนุกกับไลบรารีสื่อบันเทิงดิจิตอลทั้งหมดของ เราบนคอมพิวเตอร์หรือโทรทัศน์โดยใช้อินเทอร์เฟซ Media Center ที่ง่ายต่อการนาวิเกต ใช้รีโมท คอนโทรล Media Center, เมาส์ หรือทัชสกรีนเพื่อเลือกชมภาพในแบบการฉายสไลด์ในโรง ภาพยนตร์ เบราส์คอลเลคชันเพลงตามปกเพลง เล่นแผ่นดีวีดี หรือดูและบันทึกรายการโทรทัศน์ที่ เราชื่นชอบ Media Center ยังทำให้การดาวน์โหลดภาพยนตร์ง่ายขึ้นและสามารถนำมาเปิดดูได้ทุก เวลาที่ต้องการ

เขียนสไลด์ภาพถ่ายและโฮมมูฟวี่ส์ลงในแผ่นดีวีดี ให้ดูเหมือนวิดีโอระดับมือ อาชีพด้วย Windows DVD Maker และดูภาพด้วยเครื่องเล่นแผ่นดีวีดีทั่วไป หรือด้วยคอมพิวเตอร์ได้ ทุกที่ที่ต้องการ

ใช้งาน Windows Media Center ในระดับที่สูงขึ้นและเพลิดเพลินไปกับสื่อ บันเทิงดิจิตอลด้วยโทรทัศน์ทุกเครื่องในบ้าน ด้วยการสนับสนุน Xbox 360 และอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายภายในบ้านของเรา

เล่นเกมไฮเทคที่มีภาพเหนือความเป็นจริงและการทำงานที่เหลือเชื่อ เกมสำหรับ Windows มีทั้งเกมแบบธรรมดาและเกมที่ซับซ้อนน่าตื่นเต้นที่ให้เราเล่นในคอมพิวเตอร์หรือแบบ ออนไลน์ ซึ่งเหมาะสำหรับคนทุกวัยและความรู้ทุกระดับ การรวม DirectX 10 เข้าไว้ในระบบจะ ช่วยให้ Windows Vista เพียงอย่างเดียวก็สามารถรันเกมคอมพิวเตอร์ที่มีภาพกราฟิกขั้นสูงล่าสุดที่ วางขายในท้องตลาดได้

ติดตั้ง จัดการ และสนุกกับเกมทั้งหมดของเราที่รวมไว้ในตำแหน่งเดียวที่เรา สามารถเข้าใช้งานได้ง่ายโดยใช้ Windows Games Explorer

เราจะได้รับความสนุกสนานจากการใช้งานคอมพิวเตอร์มากขึ้นด้วยเกมใหม่ชั้น เยี่ยม 3 เกมที่มีอยู่ใน Windows Vista Home Premium ซึ่งได้แก่ Mahjong Titans, Chess Titans และ InkBall

จับภาพ แก้ไข และเผยแพร่โฮมมูฟวี่ส์แบบดิจิตอลในรูปแบบมาตรฐานหรือ แบบคมชัดสูงด้วย Windows Movie Maker ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่

Windows Media Player 11 มีคุณลักษณะใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการ ไลบรารีเพลง ภาพถ่าย และวิดีโอแบบดิจิตอลที่เราเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ เราสามารถเชื่อมต่อกับ เครื่องเล่นแบบพกพาหลายชนิดได้อย่างง่ายดาย เราจึงสามารถพกคอลเลคชันสื่อของเราไปได้ทุกที่

- ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพพร้อมความบันเทิงด้วยคอมพิวเตอร์แบบพกพา

ใช้คอมพิวเตอร์แบบพกพาของเราได้ทุกเวลาที่ต้องการโดยไม่ต้องกังวลกับ ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่โดยใช้คุณลักษณะ การพักและกลับสู่การทำงานอย่างรวดเร็ว เพียง แค่กดปุ่มเปิดเครื่อง เราก็สามารถหยุดพักและกลับสู่การทำงานของคอมพิวเตอร์ได้ในเวลาไม่กี่ วินาทีและสามารถประหยัดพลังงานในแบตเตอรี่ในโหมด Sleep

เครือข่ายและ Sharing Center ช่วยให้เราเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายได้อย่างง่ายดาย และปลอดภัยมากขึ้นทุกเวลา และตั้งค่าความปลอดภัยของเครือข่ายไร้สายในบ้านได้ง่ายกว่าเดิม

Windows Mobility Center ช่วยประหยัดเวลาและทำให้เราสบายใจได้ เนื่องจาก เราจะสามารถเข้าใช้และตั้งค่าระบบการใช้งานแบบเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วได้จากที่เดียว

ด้วย Windows Meeting Space เราจะสามารถทำการเชื่อมต่อแบบไร้สายระหว่าง คอมพิวเตอร์ของเรากับคอมพิวเตอร์ของเพื่อน แล้วแบ่งปันภาพถ่าย วิดีโอ และเอกสารขณะที่อยู่ใน ร้านกาแฟ ทำงานกลุ่ม หรือในสถานการณ์อื่น ๆ ได้ แม้ว่าเราจะไม่ได้เชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตก็ ตาม

ทำให้อุปกรณ์สื่อดิจิตอล, Smartphone และอุปกรณ์ดิจิตอลที่สนับสนุนอื่น ๆ มี ข้อมูลตรงกับคอมพิวเตอร์ของเราโดยใช้ Windows Vista Sync Center

แสดงความเป็นตัวเราได้เป็นธรรมชาติและเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วย Tablet PC หรือคอมพิวเตอร์ชนิดใดก็ตามโดยใช้เทคโนโลยีทัชสกรีนแบบใหม่ที่ช่วยให้เราสามารถวาด แตะ หรือเขียนลงบนจอได้โดยตรงเมื่อเราเขียนอีเมล แก้ไขภาพ หรือใช้งานโปรแกรมประยุกต์ที่เราชื่น ชอบ

- ข้อกำหนดของระบบที่แนะนำของ Windows Vista Home Premium

- โปรเซสเซอร์ 1 GHz 32 บิต (x86) หรือ 64 บิต (x64)
- หน่วยความจำของระบบขนาด 1 GB
- ฮาร์ดดิสก์ขนาด 40 GB โดยมีพื้นที่ว่างอย่างน้อย 15 GB
- รองรับระบบกราฟิก DirectX 9 ด้วย:
1. ไดรเวอร์ WDDM
2. หน่วยความจำกราฟิก 128 MB (ต่ำสุด)
3. Pixel Shader 2.0 ในฮาร์ดแวร์
4. 32 บิตต่อพิกเซล
- ไดรว์ DVD-ROM
- ลำโพงหรือหูฟัง
- การเข้าใช้อินเทอร์เน็ต (อาจมีค่าใช้จ่าย)

- ข้อกำหนดเพิ่มเติมเพื่อการใช้งานคุณสมบัติบางอย่าง

- เราต้องมีการ์ด TV Tuner สำหรับการใช้งานโทรทัศน์ (สามารถใช้รีโมท คอนโทรลที่ใช้งานร่วมกันได้)
- Windows Tablet และ Touch Technology ต้องใช้ Tablet PC หรือระบบ ทัชสกรีน

ข้อกำหนดและฟังก์ชันของโปรแกรมตามจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการ
ตั้งค่าระบบของเรา Windows Vista Upgrade Advisor ช่วยให้เราสามารถกำหนดคุณลักษณะและรุ่น
ของ Windows Vista ที่ต้องการให้รันบนคอมพิวเตอร์ได้

- ข้อกำหนดขั้นต่ำที่สนับสนุนWindows Vista Home Premium

คุณลักษณะบางประการของโปรแกรมไม่สามารถใช้ได้กับข้อกำหนดขั้นต่ำที่สนับสนุน

- โปรเซสเซอร์ 800 MHz และหน่วยความจำของระบบขนาด 512 MB
- ฮาร์ดดิสก์ขนาด 20 GB โดยมีพื้นที่ว่างอย่างน้อย 15 GB
- การสนับสนุนกราฟิก Super VGA
- ไดรว์ CD-ROM


3. Windows Vista Business

ทางเลือกหนึ่งเดียวสำหรับธุรกิจของเรา เพื่อปัจจุบันและอนาคต

Windows Vista Business คือระบบปฏิบัติการ Windows ระบบแรกที่ได้รับการ ออกแบบมาเฉพาะเพื่อการตอบสนองความต้องการใช้งานของธุรกิจขนาดเล็ก เราสามารถทำให้การ ทำงานในธุรกิจของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ด้วยการใช้อินเทอร์เฟซที่ปรับปรุงใหม่ที่ใช้งาน ง่าย ซึ่งสามารถช่วยเราค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ทั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ และในเว็บ ด้วยคุณสมบัติด้านการรักษาความปลอดภัยใหม่ที่ทรงพลัง เราสามารถควบคุมและ ปกป้องข้อมูลที่มีความสำคัญต่อธุรกิจของเรา และสร้างความไว้วางใจในตัวลูกค้าของเราได้อีกด้วย

นอกจากนี้ สำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโต การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ให้ดีขึ้น จะสามารถช่วยให้เราติดต่อสื่อสารถึงกันได้ง่ายยิ่งขึ้น ทั้งในขณะอยู่ในสำนักงานหรือนอก สำนักงาน Windows Vista Business ช่วยให้เราประหยัดเวลาที่ต้องเสียไปกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ การสนับสนุนเทคโนโลยี ให้เรามีเวลากับการทำให้ธุรกิจของเราประสบความสำเร็จได้มากขึ้น Windows Vista Business ช่วยให้เราสามารถจัดการวิธีการที่พนักงานของเราใช้ในการเชื่อมต่อกับ เครือข่ายของเรา เราสามารถมั่นใจได้ว่า พนักงานของเราจะได้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์ของตน

หมายเหตุ: หากระบบของเรามีโปรเซสเซอร์ 64 บิต เราสามารถใช้ประโยชน์จากการ ออกแบบที่ล้ำหน้าใน Windows Vista รุ่นนี้ได้อย่างเต็มที่

ทำงานเสร็จสมบูรณ์ได้ง่ายกว่าเดิม

ค้นหาข้อมูลได้ง่ายยิ่งขึ้น การค้นหาทันทีจะช่วยเราค้นหาข้อมูลในเครื่อง คอมพิวเตอร์ของเรา แม้กระทั่งการค้นหาอีเมล นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้ฟังก์ชันบันทึกที่มีอยู่ใน คุณลักษณะโฟลเดอร์การค้นหาใหม่ เพื่อรันการค้นหาที่เราใช้อยู่เสมอด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว

โปรแกรม Explorers ที่ปรับปรุงใหม่ช่วยให้เราจัดระเบียบสิ่งต่างๆ ด้วยวิธีของ เราเอง เราสามารถจัดข้อมูลของเราตามคุณสมบัติของข้อมูล เช่น "แท็ก" เพื่อที่เราจะสามารถค้นหา ข้อมูลได้อย่างง่ายดายในภายหลัง ไม่ว่าเราจะบันทึกไฟล์เหล่านั้นไว้ที่ใดในเครื่องคอมพิวเตอร์ของ เราก็ตาม

เราจะสามารถแบ่งปันกันใช้ไฟล์งานกับเพื่อนร่วมงานทางเครือข่ายได้สะดวก ยิ่งขึ้น ด้วยเครื่องมือการแบ่งปันไฟล์อย่างง่าย ๆ เราสามารถเลือกเฉพาะผู้ที่เราต้องการแบ่งปันไฟล์ ได้

คุณลักษณะ Windows Fax and Scan ที่ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น รวบรวมการทำงาน ของแฟกซ์และการสแกนไว้ในที่เดียวกันบนเครื่องของเรา เราจึงสามารถทำงานได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ด้วยอินเทอร์เฟซ Windows Aero ซึ่งประกอบด้วยภาพแบบโปร่งใสคล้ายกระจก ช่วยให้เราไปยังไฟล์และโปรแกรมที่เปิดอยู่ได้อย่าง ง่ายดาย

เราสามารถจัดการกับภาพดิจิตอลและวิดีโอได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องมือที่ ใช้งานง่ายต่างๆ ใน Windows Photo Gallery ช่วยให้เราสามารถเรียก ดู และแก้ไขภาพสำหรับใช้ใน ธุรกิจของเราหรือในเว็บไซต์ได้โดยไม่ต้องจ้างบุคคลอื่นด้วยค่าจ้างที่แพงอีกต่อไป

ระบบที่ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจ

ใช้ Windows Complete PC Backup and Restore เพื่อสำรองเอกสาร, ไฟล์, ไฟล์ ระบบ และโปรแกรมต่างๆ ที่สำคัญ หรือแม้กระทั่งทุกสิ่งทุกอย่างในฮาร์ดดิสก์ของเรา ไปเก็บไว้ใน อุปกรณ์ที่เราต้องการ

Shadow Copy จะทำการบันทึกเวอร์ชันก่อนหน้าของไฟล์ต่าง ๆ ของเราไว้ให้ โดยอัตโนมัติ หากเราบันทึกการเปลี่ยนแปลงในเอกสารโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือมีเอกสารหนึ่งเกิด ความเสียหาย เราจะสามารถกู้คืนเอกสารนั้นได้อย่างง่ายดายด้วยการเรียกข้อมูลเวอร์ชันก่อนหน้า ของเอกสารดังกล่าว

Encrypting File System จะช่วยป้องกันข้อมูลสำคัญของเราไม่ให้ถูกเผยแพร่
ออกไปนอกบริษัทของเราด้วยการให้เราสามารถตั้งรหัสผ่านให้กับเอกสารที่แบ่งปันกันใช้ภายใน
บริษัทได้

ช่วยป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราก่อนที่จะถูกแทรกซึมจากภายนอก
Windows Defender จะตรวจจับ ล้าง และบล็อกสปายแวร์และซอฟต์แวร์ที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ

ช่วยป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราได้ดียิ่งขึ้น ผู้ใช้โดยส่วนใหญ่สามารถใช้
งานเครื่องในฐานะผู้ใช้ทั่วไปด้วยการควบคุมบัญชีผู้ใช้

ด่านหน้าของการป้องกันที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ระบบ Windows Firewall ที่
ทำงานโดยอัตโนมัติ มีประสิทธิภาพมากกว่า และกำหนดค่าได้ง่ายกว่า จะช่วยป้องกันเราให้
ปลอดภัยจากซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายในรูปแบบต่าง ๆ

ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราทันสมัยอยู่เสมอด้วย Windows Vista Business
ของแท้ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง ซึ่งมีการปรับปรุงอัตโนมัติตลอดอายุการใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์
ของเรา ด้วยคุณลักษณะ Windows Update ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

พร้อมที่จะเติบโตไปกับเรา

ทำให้เราสามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ของเราได้ในทันที เราสามารถโอน ข้อมูลและการตั้งค่าต่างๆ จากคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าของเราไปยังเครื่องที่เราเพิ่งซื้อมาใหม่ที่ใช้ Windows Vista ได้อย่างรวดเร็วด้วยการใช้ Windows Easy Transfer

ใช้เวลาในการจัดการคอมพิวเตอร์ของเราน้อยลง คุณลักษณะการควบคุมบัญชี ผู้ใช้และนโยบายกลุ่ม ช่วยให้งานบริหารเครือข่ายเป็นไปอย่างง่ายดาย ให้เราสามารถป้องกัน ปรับ รุ่น และดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จัดการเครือข่ายของเราได้อย่างง่ายดาย ใช้ Network Center ในการตรวจสอบ สถานการณ์เชื่อมต่อของคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อจาก อินเทอร์เฟซเดียว โดยไม่ต้องใช้การสนับสนุนด้าน IT เพิ่มเติมแต่อย่างใด

Windows Vista Business พร้อมที่จะเติบโตไปพร้อมกับเรา สามารถรองรับการ เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์และโดเมนต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมคอมพิวเตอร์หลากหลายรูปแบบได้อย่าง ดีเยี่ยม

เราสามารถปิดสำนักงานของเรา

เราสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาตามความสะดวกของเรา ใช้การเชื่อมต่อ เดสก์ท็อประยะไกลในการเข้าใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราจากระยะไกลผ่านทางเครือข่ายของ บริษัท รือผ่านทางอินเทอร์เน็ตจากคอมพิวเตอร์ที่บ้านของเรา

ซิงค์ข้อมูลของเราเสมอ ด้วย Sync Center เราสามารถซิงค์ PDA, โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อื่นๆ ั้งหมดได้จากที่เดียวกัน

จัดการการตั้งค่าการใช้งานเคลื่อนที่ได้อย่างง่ายดาย ด้วย Windows Mobility Center เราสามารถปรับแต่งสถานะการณ์เชื่อมต่อไร้สาย, การตั้งค่าสำหรับการแสดงและการ นำเสนอ และการเลือกการใช้พลังงานเพื่อรักษาพลังงานแบตเตอรี่ ทั้งหมดสามารถทำได้อย่าง รวดเร็ว จากที่เดียวกันที่สามารถเข้าใช้งานได้อย่างง่ายดาย

การทำงานร่วมกับผู้อื่นด้วยการใช้ Windows Meeting Space เพื่อสร้างเครือข่าย ไร้สายในโหมด Ad Hoc เมื่อเรามีการประชุมร่วมกับเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้า

ระบบ Network Center จะช่วยให้เราสามารถจดจำและเชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้ สายและอุปกรณ์ของเครือข่ายต่างๆ เช่น จอแสดงผล และโปรเจคเตอร์ ได้โดยอัตโนมัติ

ใช้ประโยชน์จากโปรแกรมต่าง ๆ ของ Tablet PC ที่ประกอบด้วยการนาวิเกต ด้วยปากกาที่ปรับปรุงให้ดีขึ้น รวมทั้งระบบทัชสกรีนแบบใหม่ที่ให้เราควบคุม นาวิเกต และป้อน ข้อมูลด้วยปลายนิ้วสัมผัส

ข้อกำหนดของระบบที่แนะนำกับWindows Vista Business
- โปรเซสเซอร์ 1 GHz 32 บิต (x86) หรือ 64 บิต (x64)
- หน่วยความจำของระบบขนาด 1 GB
- ฮาร์ดดิสก์ขนาด 40 GB โดยมีพื้นที่ว่างอย่างน้อย 15 GB
- รองรับระบบกราฟิก DirectX 9 ด้วย:

  • ไดรเวอร์ WDDM
  • หน่วยความจำกราฟิก 128 MB (ต่ำสุด)
  • Pixel Shader 2.0 ในฮาร์ดแวร์
  • 2 บิตต่อพิกเซล

- ไดรว์ DVD-ROM
- ลำโพงหรือหูฟัง
- การเข้าใช้อินเทอร์เน็ต (อาจมีค่าใช้จ่าย)

ข้อกำหนดเพิ่มเติมเพื่อการใช้งานคุณสมบัติบางอย่าง
Windows Tablet และ Touch Technology ต้องใช้ Tablet PC หรือระบบ ทัชสกรีน


ข้อกำหนดและฟังก์ชันของโปรแกรมตามจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการ ตั้งค่าระบบของเรา Windows Vista Upgrade Advisor ช่วยให้เราสามารถกำหนดคุณลักษณะและรุ่น ของ Windows Vista ที่ต้องการให้รันบนคอมพิวเตอร์ได้


ข้อกำหนดขั้นต่ำที่สนับสนุนWindows Vista Business
คุณลักษณะบางประการของโปรแกรมไม่สามารถใช้ได้กับข้อกำหนดขั้นต่ำที่ สนับสนุน


- โปรเซสเซอร์ 800 MHz และหน่วยความจำของระบบขนาด 512 MB
- ฮาร์ดดิสก์ขนาด 20 GB โดยมีพื้นที่ว่างอย่างน้อย 15 GB
- การสนับสนุนกราฟิก Super VGA
- ไดรว์ CD-ROM

 


4. Windows Vista Ultimate

 

Windows Vista รุ่นที่สมบูรณ์ที่สุดด้วยคุณลักษณะต่างๆ ด้านการใช้งาน ความ ปลอดภัย และระบบเคลื่อนที่ที่จำเป็นสำหรับงานของเรา รวมถึงคุณลักษณะด้านความบันเทิงให้เรา เพลิดเพลินได้ตามต้องการ เป็นทางเลือกหนึ่งเดียวที่เหมาะสำหรับธุรกิจของเรา เพื่อปัจจุบันและ เพื่ออนาคต

Windows Vista รุ่นที่สมบูรณ์ที่สุดด้วยคุณลักษณะต่างๆ ด้านการใช้งาน ความ ปลอดภัย และระบบเคลื่อนที่ที่จำเป็นสำหรับงานของเรา รวมถึงคุณลักษณะด้านความบันเทิงให้เรา เพลิดเพลินได้ตามต้องการ เป็นทางเลือกหนึ่งเดียวที่เหมาะสำหรับธุรกิจของเรา เพื่อปัจจุบันและ เพื่ออนาคต

หากเราต้องการเครื่องมือที่ทำได้ทุกอย่างแม้แต่การสลับที่ราบลื่นระหว่างการใช้งาน และความบันเทิง Windows Vista Ultimate คือทางออกของเรา Windows Vista รุ่นนี้รวมโครงสร้าง ระบบขั้นสูงที่เน้นการใช้งานสำหรับธุรกิจ ประสิทธิผลในการทำงานแบบเคลื่อนที่ และความ บันเทิงระบบดิจิตอลชั้นยอด ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในระบบปฏิบัติการเดียว Windows Vista Ultimate มีคุณลักษณะต่างๆ ทั้งหมดที่ Windows Vista Home Premium มี ซึ่งได้แก่ Windows Media Center, Windows Movie Maker ที่ให้ความละเอียดสูง และ Windows DVD Maker และยังมีคุณลักษณะทั้งหมดของ Windows Vista Business ด้วย ซึ่งได้แก่ ระบบเครือข่ายของสำนักงาน เครื่องมือการจัดการแบบรวมศูนย์ และคุณลักษณะขั้นสูงของการ สำรองข้อมูลของระบบ และ Windows Vista Ultimate มีคุณลักษณะการรักษาความปลอดภัยและ การปกป้องข้อมูลแบบใหม่ทั้งหมดซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพการทำงานที่วางใจได้ของ Windows Vista ให้สูงขึ้นกว่าเดิมทั้งระบบ

นอกจากนี้ Windows Vista Ultimate ยังสนับสนุนคุณลักษณะของระบบเคลื่อนที่ใหม่ ใน Windows Vista ซึ่งได้แก่ Windows Tablet และ Touch Technology, Windows SideShow, Windows Mobility Center และคุณลักษณะใหม่ของระบบเคลื่อนที่ขั้นสูงอื่น ๆ

หากเราต้องการคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวที่สามารถสนองความต้องการในการทำงาน การเดินทางและความบันเทิงทั้งหมดของเรา หรือเพียงแค่ต้องการมั่นใจว่าเรามีระบบที่ดีที่สุด ระบบปฏิบัติการรุ่นที่เหมาะที่สุดสำหรับเราคือ Windows Vista Ultimate

หมายเหตุ: หากระบบของเรามีโปรเซสเซอร์ 64 บิต เราสามารถใช้ประโยชนจากการ ออกแบบที่ล้ำหน้าใน Windows Vista รุ่นนี้ได้อย่างเต็มที่

ตอบสนองทุกความต้องการในการทำงานให้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Windows Aero ช่วยให้เรามีเดสก์ท็อปที่มีลักษณะหรูหราตระการตา ทำให้เรา สามารถเห็นภาพได้ชัดเจนและทำงานกับข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น และได้ใช้งานเดสก์ท็อปที่มีความเสถียร ทำงานไม่ติดขัดอีกด้วย

การค้นหาทันที ช่วยให้เราค้นหาข้อมูลที่เราต้องการได้อย่างรวดเร็วง่ายดายไม่ว่า ข้อมูลนั้นจะอยู่ในเครื่องของเรา ในเครือข่าย หรือในอินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่ในอีเมลของเรา

Complete PC Backup และ Complete PC Restore ทำให้เราไม่เพียงแต่จะ สามารถทำการสำรองข้อมูลเอกสารและไฟล์ส่วนตัวได้เท่านั้น แต่เรายังสามารถสำรองข้อมูลไฟล์ และโปรแกรมทั้งหมดของระบบปฏิบัติการได้ด้วย สรุปสั้น ๆ คือสำรองข้อมูลทุกอย่างที่มีอยู่ใน ฮาร์ดดิสก์ของเราได้นั่นเอง ในกรณีที่ประสบปัญหารุนแรงด้านฮาร์ดแวร์ เราสามารถใช้ Complete PC Backup และ Complete PC Restore เพื่อแก้ไขให้คอมพิวเตอร์ทั้งระบบกลับมาเป็นปกติได้ใน ขั้นตอนง่าย ๆ ขั้นตอนเดียว

Windows Vista Ultimate ยังช่วยให้เราสามารถกู้คืนไฟล์และเอกสารฉบับดั้งเดิม ที่มีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ตั้งใจด้วย Shadow copy จะเก็บไฟล์ฉบับดั้งเดิมไว้ให้โดยอัตโนมัติ หาก เราบันทึกความเปลี่ยนแปลงลงในเอกสารโดยไม่ตั้งใจ หรือหากเอกสารเกิดความเสียหายขึ้นมา เรา ก็สามารถกู้คืนไฟล์ก่อนหน้าได้ง่ายดาย

ด้วยเทคโนโลยีการแก้ปัญหาด้วยตนเอง ทำให้ Windows Vista Ultimate สามารถระบุและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความยุ่งยากน้อยที่สุด

Windows Vista Ultimate มีให้บริการ 35 ภาษาในเวลาเดียวกัน หากบุคคลใน บ้านใช้ภาษาหลายภาษาหรือกำลังศึกษาภาษาใหม่ เราสามารถติดตั้งภาษาต่าง ๆ ได้ตามต้องการและ สลับการใช้งานระหว่างภาษาต่าง ๆ ได้ง่ายดายเหมือนการออกจากระบบและเข้าสู่ระบบอีกครั้ง นอกจากนี้ หากคนในครอบครัวของเราใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวร่วมกัน สมาชิกในครอบครัวแต่ ละคนก็สามารถใช้ภาษาที่ตนเองต้องการในการทำงานกับคอมพิวเตอร์

คุณลักษณะ Windows Fax and Scan ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้รวมการใช้งาน ที่มีความยืดหยุ่นของแฟกซ์และการสแกนไว้ในที่เดียวในคอมพิวเตอร์ ทำให้การรับส่งแฟกซ์ การ สแกนเอกสารและภาพ และการแบ่งปันทรัพยากรต่าง ๆ กับผู้อื่นทำได้ง่ายขึ้น Windows Fax and Scan ยังช่วยให้เราสามารถใช้งานอุปกรณ์การพิมพ์อเนกประสงค์ต่างๆ ได้คุ้มค่ามากขึ้นด้วย

Windows SuperFetch ช่วยปรับปรุงการตอบสนองของคอมพิวเตอร์และทำให้ ระบบทำงานได้อย่างถูกต้องยิ่งขึ้น Windows SuperFetch จะคอยตรวจสอบว่าโปรแกรมประยุกต์ใด ที่เราใช้บ่อยที่สุดและใช้เวลาใด จากนั้นจะโหลดโปรแกรมเหล่านั้นล่วงหน้าไว้ในหน่วยความจำ เพื่อให้เข้าใช้ได้รวดเร็ว

สำหรับเครือข่ายภายในบ้านหรือธุรกิจขนาดเล็ก ควรใช้ Network Center เพื่อ ตรวจดูสถานการณ์เชื่อมต่อของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ และเพื่อระบุปัญหาการเชื่อมต่อได้ ในหน้าจอเดียวโดยไม่ต้องใช้บริการด้าน IT เพิ่มเติม

ใช้ประโยชน์จากคุณลักษณะการรักษาความปลอดภัยทั้งหมดที่มีอยู่ใน Windows Vista

Windows Defender ช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์ของเราจากหน้าต่างแบบป็อปอัพ การทำงานที่ช้า และภัยคุกคามด้านความปลอดภัยที่เกิดจากสปายแวร์และซอฟต์แวร์ที่ไม่พึง ประสงค์อื่น ๆ

เมื่อใช้การควบคุมโดยผู้ปกครอง เราจะสามารถจัดการกฎสำหรับการใช้ คอมพิวเตอร์ของบุตรหลานของเราได้ เราสามารถตั้งเวลาการใช้งาน รวมถึงจัดการการเข้าเล่นเว็บ และเกมคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย

Internet Explorer 7 ช่วยให้เราสามารถเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยให้ สูงขึ้นกว่าที่เคยมีมา ก่อนที่เราจะเริ่มเบราส์เว็บ ด้วยการรักษาความปลอดภัยแบบไดนามิก Internet Explorer 7 มีเทคโนโลยีป้องกันฟิชชิ่ง ซึ่งจะช่วยป้องกันเราจากเว็บไซต์ปลอม ซึ่งพยายามที่จะ ขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของเรา

Windows Vista Ultimate ยังช่วยให้เราสามารถกู้คืนไฟล์และเอกสารฉบับดั้งเดิม ที่มีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ตั้งใจได้อย่างง่ายดายด้วย Shadow copy จะเก็บไฟล์ฉบับดั้งเดิมไว้ให้ โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าเราจะบันทึกความเปลี่ยนแปลงลงในเอกสารโดยไม่ตั้งใจ หรือเอกสารจะเกิด ความเสียหาย เราก็สามารถกู้คืนไฟล์ก่อนหน้าได้ง่ายดาย

หากเรามีข้อมูลลับเฉพาะและมีค่าเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ BitLocker Drive Encryption จะช่วยรักษาความสมบูรณ์ของข้อมูลนั้นไว้โดยการเข้ารหัสทั้งฮาร์ดดิสก์ มีเพียงเรา เท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าใช้ข้อมูลนั้น แม้คอมพิวเตอร์ของเราจะสูญหาย ถูกขโมย หรือเลิกใช้งาน

เมื่อใช้บัญชีผู้ใช้มาตรฐาน เราสามารถวางใจให้บุตรหลานของเราใช้ คอมพิวเตอร์ได้ และช่วยลดความเสี่ยงที่เด็กๆ อาจติดตั้งซอฟต์แวร์และทำการเปลี่ยนแปลงที่เป็น อันตรายต่อคอมพิวเตอร์ได้

ให้การป้องกันด่านหน้าที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ระบบ Windows Firewall ที่รัน โดยอัตโนมัติ มีประสิทธิภาพมากกว่า กำหนดค่าได้ง่ายกว่า ช่วยป้องกันเราให้ปลอดภัยจาก ซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายในรูปแบบต่างๆ

Encrypting File System ช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญและป้องกันการใช้ข้อมูล ร่วมกันนอกบริษัทโดยเราสามารถใช้รหัสผ่านเพื่อปกป้องเอกสารที่ใช้ร่วมกันในบริษัทได้

Windows Vista Ultimate สนับสนุนการเข้าร่วมโดเมนเครือข่าย ซึ่งเป็น คุณลักษณะด้านเครือข่ายของสำนักงานทั่วไปที่ช่วยปรับปรุงการรักษาความปลอดภัยและ ความสามารถในการจัดการของคอมพิวเตอร์ในสำนักงาน Windows Vista Ultimate ยังสนับสนุน Group Policy ด้วย คุณลักษณะนี้ช่วยให้ผู้ดูแลระบบประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงด้านความ ปลอดภัยด้วยการกำหนดการตั้งค่าเครือข่ายไร้สาย อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบพกพา เครื่องพิมพ์

ตอบสนองทุกความต้องการในการสัมผัสความบันเทิงที่มากกว่า

Windows Vista Ultimate มี Windows Media Center เพื่อให้เราเพลิดเพลินไป กับไลบรารีสื่อบันเทิงดิจิตอลในคอมพิวเตอร์หรือในโทรทัศน์ ใช้รีโมทคอนโทรล Media Center หรือเมาส์ของเราเพื่อเลือกชมภาพในแบบการฉายสไลด์ในโรงภาพยนตร์ เบราส์คอลเลคชันเพลง ตามปกเพลง เล่นแผ่น DVD หรือดูและบันทึกรายการโทรทัศน์รายการโปรดของเราอย่างง่ายดาย Media Center ยังทำให้การดาวน์โหลดภาพยนตร์ง่ายขึ้นและสามารถนำมาเปิดดูได้ทุกเวลา

เขียนสไลด์ภาพถ่ายและโฮมมูฟวี่ส์ลงในแผ่น DVD ให้ดูเหมือนวิดีโอระดับมือ อาชีพด้วย Windows DVD Maker และดูภาพด้วยเครื่องเล่นแผ่น DVD ทั่วไปหรือด้วยคอมพิวเตอร์ ได้ตามต้องการ

ใช้งาน Windows Media Center ในระดับที่สูงขึ้นและเพลิดเพลินไปกับสื่อ บันเทิงดิจิตอลด้วยโทรทัศน์ทุกเครื่องในบ้าน (ไม่เพียงแต่ห้องที่มีคอมพิวเตอร์อยู่เท่านั้น) ด้วยการ รองรับ Xbox 360 และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายภายในบ้านของเรา

Windows Photo Gallery ที่รวมอยู่ใน Windows Vista Ultimate มีระบบที่ดีกว่า และยืดหยุ่นกว่าในการรับ จัดการ แก้ไข แบ่งปัน และพิมพ์ภาพถ่ายดิจิตอลและโฮมวิดีโอของเรา เราสามารถใช้ประโยชน์จาก "แท็ก" คำสำคัญ, ระบบการจัดอันดับด้วยการให้ดาว และการค้นหา ทันทีที่ให้มาในตัวเพื่อจัดการและจัดเรียงภาพถ่ายของเรา และค้นหาภาพเหล่านั้นในภายหลังได้ สะดวกรวดเร็ว Windows Photo Gallery มีคุณลักษณะการแก้ไขภาพที่สำคัญที่สุด ทำให้การตัดภาพ แก้ไขตาแดง และปรับแสงและสีของภาพถ่ายดิจิตอลเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว Windows Photo Gallery ช่วยให้เราสามารถเล่นสไลด์ภาพถ่ายและวิดีโอพร้อมกันบนคอมพิวเตอร์ เลือกจากธีมและ แม่แบบต่างๆ ใส่เพลงประกอบ หรือดูภาพบนโทรทัศน์ก็ได้

Windows Vista Ultimate ทำให้เราสามารถเล่นเกมคอมพิวเตอร์ไฮเทคล่าสุดที่มี ภาพ 3 มิติที่ตื่นตาตื่นใจได้ เกมสำหรับ Windows นั้นมีให้ตั้งแต่เกมธรรมดาจนถึงเกมที่ซับซ้อนน่า ตื่นเต้น ทั้งที่เป็นเกมธรรมดาในคอมพิวเตอร์หรือเกมออนไลน์ ที่เหมาะสำหรับคนทุกวัยและ ความสามารถในทุกระดับ และด้วย DirectX 10 ที่รวมมาด้วย ทำให้ Windows Vista เพียงระบบ เดียวก็สามารถรันเกมที่มีภาพกราฟิกขั้นสูงล่าสุดที่วางขายในท้องตลาดได้

Windows Vista Ultimate รวมโปรแกรมปรับปรุงสำหรับเกมโปรดใน Windows ด้วย เช่น Solitaire, Spider Solitaire และ FreeCell Windows Vista Ultimate ยังมี เกมใหม่ชั้นเยี่ยม ถึง 3 เกม คือ Mahjong Titans, Chess Titans และ InkBall

เราสามารถจับภาพ แก้ไข และเผยแพร่โฮมมูฟวี่ส์แบบดิจิตอลในรูปแบบ ธรรมดาหรือแบบความละเอียดสูงด้วย Windows Movie Maker ที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว

Windows Media Player 11 มีคุณลักษณะใหม่ ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการ ไลบรารีเพลง ภาพ และวิดีโอดิจิตอลที่เราเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ และเราสามารถเชื่อมต่อกับเครื่อง เล่นพกพาหลายชนิดได้ง่ายดาย เราจึงสามารถพกคอลเลคชันมีเดียของเราไปได้ทุกที่

พกความสามารถทั้งหมดไว้ในคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ที่สมบูรณ์แบบ

Windows Mobility Center ช่วยให้เราประหยัดเวลาด้วยการทำให้เราสามารถเข้า ใช้และทำการตั้งค่าระบบเคลื่อนที่หลักได้จากที่ที่หาง่ายที่เดียว ตัวอย่างเช่น เราสามารถปรับแต่ง ระบบเครือข่ายไร้สาย, จอแสดงผล, เสียง, Tablet PC และการตั้งค่าการนำเสนอได้อย่างรวดเร็ว แม้แต่ตัวเลือกด้านพลังงานเราก็สามารถปรับได้ เพื่อรักษาอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้คงทน ที่สุด

หากเรามีข้อมูลลับเฉพาะและมีค่าเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์พกพา Windows BitLocker Drive Encryption จะช่วยรักษาความสมบูรณ์ของข้อมูลนั้นไว้โดยการเข้ารหัสทั้ง ฮาร์ดดิสก์ มีเพียงเราเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าใช้ข้อมูลนั้น แม้คอมพิวเตอร์พกพาของเราจะสูญหาย หรือ ถูกขโมย

ผู้ใช้คอมพิวเตอร์พกพาสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายไร้สายในที่ทำงาน ที่บ้าน หรือตาม Hotspots ในที่สาธารณะได้อย่างมั่นใจ มีความเป็นส่วนตัว และสะดวกมากขึ้นด้วยระบบ เครือข่ายไร้สาย และการสนับสนุนด้านมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยไร้สายที่ทันสมัยที่สุด

Windows Vista Ultimate ทำให้การใช้คอมพิวเตอร์กับ Windows Tablet และ Touch Technology ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนด้วยการใช้งาน Pen- And-Ink ที่ปรับปรุงแล้วแบบใหม่, การนาวิเกตที่ปรับปรุงแล้ว และเทคโนโลยีการจดจำลายมือที่ ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว Windows Vista Ultimate มีการสนับสนุนระบบทัชสกรีน ในตัวด้วย

เราสามารถเข้าใช้และควบคุมคอมพิวเตอร์ของเราได้จากระยะไกลด้วย Remote Desktop คุณลักษณะนี้ของ Windows Vista Ultimate ทำให้การเข้าใช้เอกสารและโปรแกรมต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ของเราจากระยะไกลอย่างปลอดภัยมากขึ้นเป็นเรื่องง่าย เราสามารถได้สิทธิ์เข้าใช้ จากระยะไกลข้ามเครือข่ายในบ้าน ในที่ทำงาน หรือคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้ เราสามารถทำงานให้เสร็จได้ในทุกที่ที่มีการเชื่อมต่อเครือข่าย

เราสามารถทำข้อมูลในคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ในตำแหน่งที่ใช้ร่วมกันใน เครือข่าย ในเอกสารที่ใช้ร่วมกัน ในอุปกรณ์สื่อดิจิตอล ใน Smartphone ใน Pocket PC และใน อุปกรณ์อื่น ๆ ให้ตรงกันได้อย่างง่ายดายในที่ที่สะดวกที่เดียวด้วย Sync Center

หากประสบปัญหาในการเชื่อมต่อเครือข่าย Network Diagnostics ใหม่ที่ ออกแบบมาเพื่อระบุและแก้ปัญหาอย่างสะดวกรวดเร็ว คือคุณลักษณะที่ช่วยเหลือเราได้ ปัญหาที่ พบบ่อยที่สุดจะได้รับการแก้ไขให้โดยอัตโนมัติ

Windows Vista Ultimate มี Windows Meeting Space ซึ่งช่วยให้การประชุม แบบพบปะกันตามธรรมดามีประสิทธิผลยิ่งขึ้น Windows Meeting Space ทำให้การร่วมงานและ การแบ่งปันเอกสารกันในกลุ่มผู้ใช้ Windows Vista ขนาดเล็กนั้นเป็นไปได้แม้จะไม่มีเครือข่ายใช้ งานก็ตาม

Windows SideShow เป็นคุณลักษณะของ Windows Vista Ultimate ที่สนับสนุน การแสดงผลที่หน้าจอรองของคอมพิวเตอร์พกพา ทำให้เราสามารถดูข้อมูลสำคัญที่เก็บอยู่ในแล็ปท็อปของเราหรือเข้าใช้การควบคุมหลักของอุปกรณ์อื่นได้ แม้ว่าจอแล็ปท็อปจะปิดอยู่หรือปิด คอมพิวเตอร์ไปแล้ว

ข้อกำหนดของระบบที่แนะนำของ Windows Vista Ultimate

- โปรเซสเซอร์ 1 GHz 32 บิต (x86) หรือ 64 บิต (x64)
- หน่วยความจำของระบบขนาด 1 GB
- ฮาร์ดดิสก์ขนาด 40 GB โดยมีพื้นที่ว่างอย่างน้อย 15 GB
- รองรับระบบกราฟิก DirectX 9 ด้วย:
* ไดรเวอร์ WDDM
* หน่วยความจำกราฟิก 128 MB (ต่ำสุด)
* Pixel Shader 2.0 ในฮาร์ดแวร์
* 32 บิตต่อพิกเซล
- ไดรว์ DVD-ROM
- ลำโพงหรือหูฟัง
- การเข้าใช้อินเทอร์เน็ต (อาจมีค่าใช้จ่าย)

ข้อกำหนดเพิ่มเติมเพื่อการใช้งานคุณสมบัติบางอย่าง

- เราต้องมีการ์ด TV tuner สำหรับการใช้งานโทรทัศน์ (สามารถใช้รีโมท คอนโทรลที่ใช้งานร่วมกันได้)
- Windows Tablet และ Touch Technology ต้องใช้ Tablet PC หรือระบบ ทัชสกรีน
- Windows BitLocker Drive Encryption กำหนดให้ต้องใช้ USB Flash Drive และระบบที่มีชิป TPM 1.2

ข้อกำหนดและฟังก์ชันของโปรแกรมตามจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการ ตั้งค่าระบบของเรา Windows Vista Upgrade Advisor ช่วยให้เราสามารถกำหนดคุณลักษณะและรุ่น ของ Windows Vista ที่ต้องการให้รันบนคอมพิวเตอร์ได้

ข้อกำหนดที่สนับสนุนขั้นต่ำของ Windows Vista Ultimate

คุณสมบัติบางประการของผลิตภัณฑ์จะใช้งานไม่ได้กับระบบที่กำหนดขั้นต่ำ

- โปรเซสเซอร์ 800 MHz และหน่วยความจำของระบบขนาด 512 MB
- ฮาร์ดดิสก์ขนาด 20 GB โดยมีพื้นที่ว่างอย่างน้อย 15 GB
- การสนับสนุนกราฟิก Super VGA
- ไดรว์ CD-ROM

 


 

5. Windows Vista Enterprise

 

ทางเลือกหนึ่งเดียวสำหรับธุรกิจของเรา เพื่อปัจจุบันและเพื่ออนาคต เพื่อที่จะ ตอบสนองความต้องการขององค์กรใหญ่ระดับโลกและองค์กรที่มีโครงสร้างระบบ IT ที่ซับซ้อนสูง ให้ดีกว่า Windows Vista Enterprise จึงออกแบบมาให้สามารถลดค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงด้าน IT ให้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากคุณลักษณะทั้งหมดที่มีอยู่ใน Windows Vista Business แล้ว Windows Vista Enterprise ยังได้รับการออกแบบให้มีการปกป้องข้อมูลในระดับที่สูงกว่าโดยใช้ เทคโนโลยีการเข้ารหัสที่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์ด้วย และยังมีเครื่องมือสำหรับเพิ่มความใช้งานร่วมกันได้ ของโปรแกรมประยุกต์และทำให้องค์กรต่าง ๆ มีมาตรฐานเดียวกันโดยใช้อิมเมจเดียวในการปรับ ใช้ทั่วโลก Windows Vista Enterprise จะจำหน่ายให้เฉพาะลูกค้าที่มีคอมพิวเตอร์ที่มี Microsoft Software Assurance หรือ Microsoft Enterprise Agreement เท่านั้น

การปกป้องข้อมูล

Windows Vista Enterprise มี Windows BitLocker™ Drive Encryption ซึ่งเป็น เทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญและทรัพย์สินทางปัญญาไปตกอยู่ในมือของผู้อื่น อย่างไม่ชอบธรรมหากคอมพิวเตอร์สูญหายหรือถูกขโมย Windows BitLocker ใช้เทคโนโลยีการ เข้ารหัสที่ขึ้นกับฮาร์ดแวร์ซึ่งจะทำให้เราสบายใจได้ว่าทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทได้รับการ คุ้มครองที่ปลอดภัยกว่าและจะเป็นทรัพย์สินทางกลยุทธ์ของเราตลอดไป นอกจากนี้ Windows BitLocker ยังลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการเลิกใช้งานคอมพิวเตอร์เก่าด้วย เนื่องจากฮาร์ดดิสก์ทั้งหมด ถูกเข้ารหัสไว้แล้ว

ความเข้ากันได้ของแอพพลิเคชั่น

Windows Vista Enterprise มีเครื่องมือในตัวสำหรับเพิ่มความเข้ากันได้ของ โปรแกรมประยุกต์กับระบบปฏิบัติการ Microsoft รุ่นก่อน ๆ และระบบปฏิบัติการ UNIX Windows Vista Enterprise รวมสิทธิ์ในการรันระบบปฏิบัติการเสมือน 4 ระบบไว้ซึ่งจะทำให้เราสามารถรัน โปรแกรมประยุกต์รุ่นเก่าที่ใช้กับระบบปฏิบัติการ Windows รุ่นเก่าได้ในระบบเสมือนของ

นอกจากนี้ Windows Vista Enterprise ยังมี Subsystem for UNIX-based Applications (SUA) ซึ่งช่วยให้เราสามารถใช้โปรแกรมประยุกต์ที่ทำงานบนระบบ UNIX ได้ดังเดิม บนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows Vista Enterprise ขณะที่ผู้ดูแลฐานข้อมูลหรือผู้ดูแลระบบ UNIX ใน ปัจจุบันนี้ต้องมีเวิร์กสเตชัน UNIX ไว้เพิ่มเติมจากคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows แต่ Windows Vista Enterprise จะช่วยให้เราสามารถรวมฟังก์ชันทั้งสองไว้ในคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows Vista เครื่อง เดียว

ลูกค้าของ Windows Vista Enterprise สามารถสมัครใช้ Desktop Optimization Pack สำหรับแผนประกันการอัพเกรด เพื่อลดปัญหาเกี่ยวกับความเข้ากันได้ของโปรแกรมประยุกต์ ให้น้อยที่สุด บริการนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพการปรับใช้ด้วยเครื่องมือ เช่น SoftGrid สำหรับการ ทำงานแบบเสมือนของโปรแกรมประยุกต์ซึ่งสามารถลดความขัดแย้งของโปรแกรมประยุกต์สอง โปรแกรม และด้วยบริการ Asset Inventory Service ที่ช่วยให้เรารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรม ประยุกต์ที่เปิดอยู่ภายในองค์กรของเราได้อย่างรวดเร็ว

การสนับสนุนหลายภาษา

Interface Language จะควบคุมภาษาที่ผู้ใช้จะมองเห็นในเมนูเริ่มของ Windows, ในระบบวิธีใช้, ในเครื่องมือการจัดการในตัว และในกล่องโต้ตอบของ Windows Windows Vista Enterprise รวมภาษาต่างๆ ทั้งหมดสำหรับอินเทอร์เฟซไว้ในคราวเดียว สิทธิ์ในการเข้าใช้ภาษาทั่ว โลกทั้งหมดสำหรับอินเทอร์เฟซของ Windows ทำให้องค์กรสามารถสร้างอิมเมจการปรับใช้เดียวที่ สามารถใช้ได้ทั่วโลกและปรับใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวที่มีภาษาสำหรับอินเทอร์เฟซหลาย ภาษาสำหรับผู้ใช้หลายคนได้

Windows Vista Enterprise จะจำหน่ายให้เฉพาะลูกค้าที่มีลิขสิทธิ์แบบจำนวน มากของ Microsoft เท่านั้น และจะไม่จำหน่ายให้ลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ชุดจำหน่ายปลีก

Windows Vista Enterprise ออกแบบมาให้ตรงตามความต้องการขององค์กร ใหญ่ระดับโลกและองค์กรที่มีโครงสร้างระบบ IT ที่ซับซ้อนสูง หากองค์กรของเรามีข้อกำหนด เหล่านี้ Windows Vista Enterprise จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้าน IT และจะให้การปกป้องข้อมูลสำคัญที่ เพิ่มขึ้นหลายชั้น

 


 

พื้นฐานการทำงานของ Windows Vista

 

ในวินโดวส์วิสต้า ได้ปรับให้ในส่วนของการจัดการฮาร์ดแวร์ การจัดเก็บข้อมูลบนไดรว์ และการจัดหาชุด APls (Application Programming Interface) ที่ซอฟต์แวร์ตัวอื่นเรียกใช้งานได้ ให้มีการตอบสนองต่ออาการทำงานได้ดียิ่งขึ้น

ในส่วนของการพัฒนาที่สำคัญที่สุดของวิสต้าจะถูกวางไว้อยู่ใต้สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า ซึ่ง ส่วนใหญ่การพัฒนาที่เกิดขึ้นจะสัมพันธ์กับระบบรักษาความปลอดภัย โดยเราได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ อย่างละเอียดแล้วในกรอบ “ไมโครซอฟท์ปิดกั้นระบบรักษาความปลอดภัย...และผู้ค้าซอฟต์แวร์ ระบบรักษาความปลอดภัย”

การเชื่อมโยงต่อระบบเครือข่าย (Networking) ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับการปรับปรุง โดย ชั้น TCP/IP ใหม่ในวิสต้าจะมีสแต็กที่สนับมนุน IPv6 โดยตรง และปรับแต่งให้รองรับทำงาน ต่างๆ ที่ผ่าน TCP บนวินโดวส์ให้ดียิ่งขึ้น แถมยังมาพร้อมกับการสนับสนุนการเชื่อมต่อไร้สาย (Wi-Fi) ที่ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

วิสต้าได้รับการปรับปรุงเรื่องประสิทธิภาพการทำงานในส่วนต่าง ๆ มากมาย เช่น SuperFetch ที่คอยติดตามโปรแกรมที่ถูกเรรียกใช้บ่อย เพื่อโหลดพวกมันไว้ล่วงหน้า ReadyBoost ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้หน่วยความจำแฟลชบนไดรว์ยูเอสบีความเร็วสูงเป็นสวอปไฟล์เพิ่มเติม (ทำ ให้สวอปไฟล์ทำงานได้เร็วกว่าการหมุนจานดิสก์ในฮาร์ดไดรว์) ReadyDrive สนับสนุนฮาร์ดดิสก์ แบบไฮบริดที่ภายในมีแคชเป็นหน่วยความจำแฟรช พร้อมกันนี้วิสต้าจะมาพร้อมกับกลไกการ จัดการ I/O ให้มีการทำงานตามลำดับความสำคัญได้ อย่างเช่น สามารถทำให้โปรแกรมอย่างเช่น Windows Defender สแกนในแบ็กกราวนด์ได้โดยไม่ทำให่กิจกรรมที่โฟร์กราวนด์ชะงัก นอกจากนี้ วิสต้ายังสามารถตั้งเวลาให้ระบบทำดีแฟรกไดรว์โดยอัตโนมัติได้อีกด้วย โดยรวมแล้ว ประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้วิสต้าถือว่าเป็น “บวก” สำหรับการรันบนเครื่องแรง ๆ

วิสต้ายังมาพร้อมกับ Sleep mode ตัวใหม่ที่อ้างว่าช่วยให้การพักระบบชั่วคราว (suspending) และการกลับมาพร้อมทำงาน (resuming) เร็ว และเสถียรขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเครื่องที่ ทดสอบเราไม่รู้สึกว่า sleep mode ตัวใหม่ให้คำตอบที่ดีกว่าเดิมจริง ๆ สำหรับสาเหตุที่ทำให้ได้ผล เช่นนี้ อาจจะมาจากวิสต้าเอง หรือฮาร์ดแวร์หรือไดรเวอร์ และไบออส เป็นเรื่องที่ตัดสินได้ยากอยู่ เหมือนกัน

ไมโครซอฟท์ยังได้เปลี่ยนแปลงการทำงานพื้นฐานอีกมากมาย รวมถึงในส่วนที่เป็นเคอร์ เนล (Kernel) ของวิสต้าด้วย โดยจะเป็นพวกฟังก์ชันระดับล่างอย่างเช่น การบริหารจัดการ หน่วยความจำ , การทำ งานที่สอดคล้องกันของโพรเซสเซอร์หลายตัว (multi-processor synchronization) และการจัดตารางการทำงานของ I/O การปรับปรุงส่วนใหญ่ก็เพื่อช่วยให้ สมรรถนะของการทำงาน ตลอดจนระบบรักษาความปลอดภัย และความเชื่อถือได้ของระบบดีขึ้น

นอกจากนี้ วิสต้ายังได้เพิ่มเติมในส่วนของ Windows API โดยรวมเอาเฟรมเวิร์กของ .NET 3.0 ไว้ด้วย ทำให้นักพัฒนาได้ใช้ความสามารถต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Wimdows Presentation Foundation (ก่อนหน้านี้ใช้โค้ดเนมว่า Avalon), Windows Communication Framework (ก่อนหน้านี้เรียกว่า Indigo) และ Windows CardSpace (ก่อนหน้านี้เรียกว่า InfoCard) แต่ไม่มี WinFS (Windows Future Storage) ระบบจัดเก็บไฟล์ในรูปแบบฐานข้อมูล

 


 

คุณสมบัติใหม่ ใน Windows Vista

 

จากแกนการทำงานที่อยู่ภายในไปจนถึงอินเทอร์เฟซที่สวยงาม มีหลายสิ่งที่จะทำให้ Windows Vista แตกต่างไปจากเดิม โดยมีด้านต่างๆ ที่ได้รับการปรับปรุง หรือเพิ่มเติมขึ้นมาจาก Windows รุ่นล่าสุดคือ Windows XP ดังต่อไปนี้

ระบบกราฟิกใหม่

ระบบกราฟิกใหม่ใน Windows Vista มีชื่อเรียกว่า Avalon สามารถแสดงผลกราฟิก 3 มิติ พร้อมด้วยเอฟเฟ็คพิเศษต่าง ๆ เช่น การแสดงภาพใส/ขุ่น การแสดงเงา การเบลอภาพ และ ภาพสะท้อน ซึ่งแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ จะสามารถดึงความสามารถเหล่านี้ไปใช้ได้ นั่นหมายความว่า ในอนาคตอันใกล้ความรู้สึกเวลาใช้ระบบ Windows และแอพพลิเคชั่นรุ่นใหม่ จะดูแตกต่างไปจาก วันนี้เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ระบบกราฟิกยังแสดงผลภาพได้อย่างรวดเร็ว และมีความเสถียรภาพ กว่าเดิม เพราะในเชิงเทคนิคระบบกราฟิกนี้จะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับแกนหลักของระบบปฏิบัติการที่ เรียกว่า kernel แบบที่เป็นอยู่ใน Windows รุ่นก่อน ทำให้โอกาเกิดความผิดพลาดในการทำงาน ของระบบปฏิบัติการอันเนื่องมาจากระบบแสดงผลที่มักทำให้เกิดหน้าจอสีฟ้า (เรียกว่า Blue screen of death) นั้นลดน้อยลงมาก

ระบบกราฟิกใหม่นี้ จะสามารถแสดงผลในโหมดการทำงานที่เรียกว่า Aero ซึ่งจะมี ลูกเล่นในการแสดงองค์ประกอบต่าง ๆ บนหน้าจอ Windows

การแสดง Live Taskbar thumbnail

ที่จะแสดงภาพของหน้าต่างที่เราย่อไว้ที่ทาสก์บาร์ให้เห็นโดยไม่ต้องขยาย หน้าต่างนั้นขึ้นมา ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องคลิกหาที่ละหน้าต่างในกรณีที่เปิดไว้หลายบาน

รูป แสดง น้าต่างแบบย่อที่ทาสก์บาร

การสลับโปรแกรมโดยใช้ปุ่ม <Alt> + <Tab>

จะแสดงหน้าจอของแต่ละโปรแกรม/หน้าต่างที่เปิดไว้ แทนการแสดงเพียง ไอคอนของโปรแกรมเท่านั้น ทำให้ดูได้ง่ายว่าจะสลับไปหน้าจอไหน ซึ่งคุณสมบัตินี้มีชื่อเรียกว่า Flip

รูป แสดงการกดปุ่ม Alt + Tab เพื่อสลับหน้าต่างทำงาน

การสลับโปรแกรมแบบ 3 มิติ
คุณสมบัตินี้มีชื่อเรียกว่า Flip 3 – D ที่จริงแล้ว การใช้งานไม่ต่างจากการสลับ โปรแกรมโดยใช้ปุ่ม <Alt> + <Tab> สักเท่าไร เพียงแต่ว่าจะใช้ปุ่ม <window> + <Tab> โดยจะ แสดงหน้าจอต่างๆ ที่เปิดอยู่เรียงกันแบบ 3 มิติ ให้ใช้เมาส์เลื่อนดูได้ว่าต้องการเลือกหน้าจอไหน มาทำงาน

รูป แสดงการกดปุ่ม Windows + Tab เพื่อเปลี่ยนเป็นมุมมองแบบ Flip 3D

Windows Sidebar แถบแสดงสารพัดเครื่องมือใน Windows Vista

ใน Windows Vista จะมีพื้นที่เป็นแถบบาร์ที่มีชื่อเรียกว่า Sidebar ที่ให้ผู้ใช้คลิก ลากเครื่องมือต่าง ๆ สำหรับทำหน้าที่สารพัดที่เรียกว่า Gadgets มาไว้ได้ ทำให้ปรับแต่งได้ตรงความ ต้องการแต่ละคน

รูป แสดงแถบ Windows Sidebar และเครื่องมือ Gadgets

เมนู Start ที่มีลูกเล่นเพิ่ม

เมนู Start ใน Windows Vista ได้มีการปรับปรุงให้รองรับเมาส์แบบ Scroll mouse ทำให้ผู้ใช้สามารถเลื่อนดูรายการได้สะดวก นอกจากนั้นยังมีส่วนที่ใช้สำหรับค้นหาข้อมูลที่ จะแสดงผลการค้นหาให้เห็นทันทีที่เราพิมพ์ชื่อที่ต้องการค้นหาเข้าไป เช่น ชื่อเพลง หรือชื่อ ไฟล์ข้อมูล

คลิกเพื่อขยายภาพคลิกเพื่อขยายภาพ

รูป แสดง เมนู Start แบบใหม่ จะสลับหน้าเมนู และรายการย่อยเป็นเหมือนหัวข้อ Explorer

เลือกปิดเครื่องได้หลายรูปแบบ

ใน Windows Vista มีโหมดการพักเครื่องชั่วคราวแบบใหม่ที่เรียกว่า Sleep ซึ่ง จะเก็บในสถานะหน่วยความจำของเครื่องไว้ก่อน แล้วค่อยนำไปบันทึกไว้ในฮาร์ดดิสก์หากไม่ได้มี การเปิดเครื่องเป็นเวลานานซึ่งในขณะนั้นหากผู้ใช้กลับมาใช้ Windows Vista อีกครั้ง ก็จะกลับมา พร้อมทำงานจากสถานะพักระบบได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียงราวหนึ่งวินาทีเท่านั้น

นอกจากนั้นการ Shut down ระบบนั้นใช้เวลาเพียง 5 ถึง 10 วินาทีเท่านั้น ส่วนเวลา Boot ก็เร็วกว่า Windows XP อยู่เล็กน้อย

รูปแสดง เมนูปิดเครื่อง (Shut down)

Windows Explorer ตัวใหม่

เอ็กซ์พลอเรอร์ของวิสต้าทำให้การค้นหาไฟล์ต่าง ๆ ง่ายขึ้นกว่าเดิม ที่ช่วยให้ผู้ใช้ สามารถกระโดดเข้าไปยังลำดับของโครงสร้างไดเรกทอรีได้ทันที อีกทั้งยังเพิ่มในส่วนของช่อง ค้นหา และไลฟ์ไอคอนที่สามารถพรีวิวภาพไฟล์เอกสารและแอพพลิเคชันที่ใช้เปิดเอกสารนั้น ๆ นอกจากนี้ปุ่มต่าง ๆ ยังทำให้การทำงานพื้นฐานง่ายขึ้นอีกด้วย

รูป แสดงหน้าต่างของ Windows Explorer ใหม่

การค้นหาข้อมูลที่ได้รับการปรับปรุงใหม่

ในทุกหน้าต่างจะมีช่องสำหรับใช้ค้นหาข้อมูล ซึ่งจะแสดงผลลัพธ์ทันทีที่เรา พิมพ์ชื่อไฟล์/โปรแกรมที่ต้องการค้นหา นอกจากนี้เราสามารถกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมในการ ค้นหาได้ด้วย และบันทึกค่ากำหนดค่ากำหนดนี้ไว้เพื่อนำมาใช้ครั้งต่อไปได้

รูป แสดง ช่องสำหรับพิมพ์สิ่งที่จะค้นหา

แอพพลิเคชั่นใหม่ที่มาพร้อมกับ Windows Vista
Windows Vista มาพร้อมกับแอพพลิเคชั่นรุ่นใหม่มากมาย อาทิเช่น Windows Media Player 11, Windows Movie Maker, Windows Calendar, DVD Maker, Windows Contacts, Windows Fax and Scan, Windows Photo Gallery เป็นต้น

การติดตั้งไดรเวอร์อุปกรณ์ที่ง่ายกว่าเดิม

การติดตั้งไดรเวอร์อุปกรณ์สามารถค้นหาไดรเวอร์ได้เองในไดเรกทอรี่ต่าง ๆ เมื่อพบไดรเวอร์ที่รู้จัก ก็จะดำเนินการติดตั้งให้เลยโดยอัตโนมัติ ทำให้การติดตั้งอุปกรณ์ใหม่นั้น สะดวกกว่าเดิมมาก

ระบบจัดการพลังงานแบบใหม่

ระบบจัดการพลังงานใน Windows Vista ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ควบคุม รายละเอียดต่างๆ ได้ตั้งแต่การทำงานของปุ่มเปิด/ปิด ในเครื่อง ไปจนถึงการประหยัดพลังงาน สำหรับอุปกรณ์แต่ละส่วนในเครื่อง เช่น โปรเซสเซอร์ระบบไร้สาย และมัลติมีเดีย

การเชื่อมต่อระบบเครือข่ายที่ลงตัว
Windows Vista จะต้องรองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งแบบแลน และแบบไร้สายอย่างเต็มรูปแบบ เพราะในวันนี้การเชื่อมต่อเครือข่ายนั้นได้กลายเป็นเรื่องที่พบเห็น กันทั่วไปแล้ว และครอบคลุมไปถึงอุปกรณ์มือถือ เครื่องพีดีเอ จนถึงอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงใน บ้านด้วย โดยมีหลายคุณสมบัติที่มีมาใหม่ หรือถูกปรับปรุงขึ้นใน Windows Vista สำหรับรองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายได้ ดังนี้

1. หน้าจอ Network and Sharing Center จะแสดงภาพรวมเกี่ยวกับ เครือข่ายที่เรากำลังเชื่อมต่อด้วยให้เห็น พร้อมด้วยเครื่องมือต่าง ๆ สำหรับจัดการเครือข่ายรวมไว้ที่ จุดเดียว ช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการระบบเครือข่ายได้เป็นอย่างมาก และแสดงข้อมูลเกี่ยวกับ การแชร์ไฟล์ โฟลเดอร์ เครื่องพิมพ์ ทั้งหมดนี้ เราสามารถคลิกหัวข้อที่ต้องการปรับแต่งได้จากหน้าจอนี้ได้เลย

รูป แสดง หน้าต่างของ Network and Sharing Center

2. การค้นหาคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย การค้นหาคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย นั้นรวดเร็วขึ้นใน Windows Vista และมีตัวเลือกสำหรับการค้นหามากกว่าเดิม ซึ่งวิธีการค้นหานั้น คล้ายกับการใช้ Search ค้นหาข้อมูลในเครื่องของเราเอง

3. การเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ใน Windows Vista การจัดการเครือข่ายไร้สายนั้นทำได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในกรณีที่เครื่องของเราเป็นโน๊ตบุ๊กที่ ต้องมีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สายหลายเครือข่าย เราสามารถกำหนดชื่อเรียกให้กับการเชื่อมต่อ นั้นได้ และเซฟเก็บไว้ และสั่งให้ทำการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายนี้โดยอัตโนมัติเมื่อจับได้ว่ามี สัญญาณไร้สายนั้น หมายความว่า หากโน๊ตบุ๊กที่ติดตั้ง Vista ไว้ ถูกนำไปที่บ้าน ที่ทำงาน หรือ ที่ร้านกาแฟที่เราชอบไปนั่งเล่นเป็นประจำ ก็จะเชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สายที่นั่นให้เลยโดย อัตโนมัติ

การทำงานนอกสถานที่สามารถปรับการทำงานให้เข้ากับสถานที่ ต่าง ๆ ได้รวดเร็วด้วยคุณลักษณะ เช่น Windows Mobility Center

รูป แสดงหน้าต่างของ Windows Mobility Center

คุณลักษณะ Windows Meeting Space ที่ช่วยให้สามารถใช้เครือข่าย Ad Hoc จะทำให้พนักงานที่ทำงานนอกสถานที่ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

รูป แสดง หน้าต่างของ Windows Meeting Space

ปกป้องข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในคอมพิวเตอร์พกพาไม่ให้ถูกเข้าใช้โดย ไม่ได้รับอนุญาตด้วยคุณลักษณะการรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่าง BitLocker Drive Encryption

รูป แสดง หน้าต่างของ BitLocker Drive Encryption

พนักงานที่ทำงานนอกสถานที่จะสามารถระบุปัญหา วินิจฉัย และแก้ไข ปัญหาทั่วไปของคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้นด้วยคุณลักษณะต่าง ๆ อย่าง Disk Diagnostic

รูปที่ แสดง หน้าต่างของ Disk Diagnostic

4. การองรับ IPv6 IPv6 เป็นมาตรฐานการกำหนดหมายเลขไอพีแบบใหม่ ที่จะมาแทนมาตรฐานปัจจุบัน เนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ที่สามารถเชื่อมต่อกับ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตนับวันยิ่งมีมากขึ้น จนระบบหมายเลขไอพีแบบเดิมนั้นจะไม่พอใช้ในอนาคต อันใกล้ (คล้ายกับมือถือบ้านเราที่เพิ่มหมายเลข 08 เข้าไปเพื่อให้มีหมายเลขเพียงพอกับการใช้ งาน) สำหรับผู้ใช้ทั่วไป IPv6 นี้ดูเหมือนยังเป็นเรื่องไกลตัว แต่สำหรับผู้จัดการระบบเครือข่าย IPv6 นี้จะกลายเป็นเรื่องสำคัญภายใน 1 หรือ 2 ปีนี้แน่นอน

รูปที่ แสดง หน้าต่างของ LAN Properties และระบบเครือข่าย IPv6

Internet Explorer 7

มันอาจจะไม่ดีเท่ากับ Firefox หรือ Opera แต่ก็ถือว่าเป็นการพัฒนาครั้งใหญ่เมื่อเทียบ กับ IE6 ใน IE7 ที่เปลี่ยนแปลงรูปโฉมใหม่ สามารถท่องเว็บแบบแท็บ (tabbed browsing) ค้นหาเว็บ ต่าง ๆ (Search)

รูปที่ แสดง มุมมองแท็บแบบย่อของ Internet Explorer 7 และการค้นหา ebook

การดูแลความปลอดภัยที่เข้มงวด

ปัญหาใหญ่ที่พบใน Windows รุ่นก่อนคือเรื่องความปลอดภัย ซึ่งมีช่องโหว่ ทางเทคนิคหลายประการที่ผู้ไม่หวังดีสามารถใช้เพื่อเข้ามาล้วงข้อมูลในระบบ หรือโจมตีทำให้ ระบบล่มได้ ยิ่งในยุคอินเทอร์เน็ตด้วยแล้วความปลอดภัยได้กลายเป็นเรื่องที่ไมโครซอฟท์เริ่มหัน มาแก้ไขอย่างจริงจัง ซึ่งใน Windows Vista มีคุณสมบัติทางด้านความปลอดภัยหลายประการ (บางคนรู้สึกว่าจะมากเกินไปด้วยซ้ำ) โดยจะยกเรื่องสำคัญ ดังนี้

1. Protected mode web browsing ที่ผ่านมาโปรแกรมบราวเซอร์ Internet Explorer มักมีปัญหาเรื่องช่องโหว่ทางเทคนิคเป็นประจำทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเจาะ ระบบเข้ามาได้ไม่ยาก ซึ่งใน Internet Explorer 7 รุ่นใหม่ล่าสุด จะแยกข้อมูลในเครื่องออกไป และไม่อนุญาตให้โปรแกรมใด ๆ จากเว็บสามารถเข้าถึงได้ เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหา

คลิกเพื่อขยายภาพ

รูปที่ แสดง แผ่นข้อมูลแสดงข่าวสารที่ IE ไม่อนุญาตให้เปิด

2. Windows Defender โปรแกรมตรวจจับสปายแวร์

3. Parental controls คุมการเปิดเว็บของเด็กๆ ได้ และสามารถจำกัดเวลา การใช้อินเทอร์เน็ตและเกมได้ด้วย

4. Antiphishingใน Internet Explorer และ Outlook Express จะเตือน ผู้ใช้หากพบว่าเว็บไซต์ที่กำลังเปิดดูนั้นพยายามหลอกให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลสำคัญของตนเข้าไป (เรียกว่า phishing)

5. Firewall คุมข้อมูลทั้งขาเข้า และขาออก

6. User Account Control หรือระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้รับการ พัฒนาให้ดีขึ้นโดยการทำงานในลักษณะที่เป็นผู้ใช้มาตรฐาน (Standard user) ซึ่งมาพร้อมกับการ จำกัดสิทธิการใช้งาน และด้วยส่วนการทำงานที่เรียกว่า User Account Control แม้กระทั่งบัญชีผู้ใช้ ที่เป็นผู้ดูแลระบบ (administrator) ยังถูกลดสิทธิพิเศษในการรองรับตัวตนอีกด้วย

โหลดโปรแกรมใช้บ่อยได้เร็วกว่าเดิม

Windows Vista มีคุณสมบัติใหม่เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อจัดการกับเรื่องการทำงานกับ โปรแกรมต่าง ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ดังนี้

1. คุณสมบัติ Superfetch จะจดจำโปรแกรมที่ใช้เป็นประจำ และโหลดมา เก็บไว้ในหน่วยความจำก่อน วิธีนี้ทำให้การโปรแกรมเปิดขึ้นมารวดเร็วกว่าเดิม ทั้งนี้ Superfetch จะทราบถึงขนาดว่าเราใช้โปรแกรมอะไรในวันธรรมดา และวันหยุดบ้าง เพื่อจะได้โหลดโปรแกรม ที่เราน่าจะใช้มากที่สุดมารอไว้

2. คุณสมบัติ ReadyBoost หน่วยความจำเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลกับ ความเร็วในการทำงาน เมื่อใดที่หน่วยความจำในเครื่องไม่พอ Windows จะต้อง “ขอยืม” พื้นที่ ในฮาร์ดดิสก์มาเก็บข้อมูลเป็นการชั่วคราวโดยสร้างไฟล์พักข้อมูลที่เรียกว่า Swap file ขึ้นมา การ ใช้ Swap file มีผลทำให้การทำงานโดยรวมนั้นช้าลงเพราะการอ่านเขียนข้อมูลในฮาร์ดดิสก์นั้นทำ ได้ช้ากว่าหน่วยความจำพอสมควร
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน Windows Vista จึงมีอีกคุณสมบัติที่ เรียกว่า ReadyBoost ซึ่งให้ผู้ใช้สามารถ “เพิ่ม” หน่วยความจำในเครื่องได้โดยนำแฟลชไดรว์หรือ หน่วยความจำแบบพกพารูปแบบต่าง ๆ มาเสียบเพิ่มได้ เมื่อมีหน่วยความจำในส่วนนี้มาเสริมก็จะ ลดการใช้ฮาร์ดดิสก์ลงทำให้ระบบทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

รองรับฮาร์ดดิสก์แบบไฮบริด

ไมโครซอฟท์และซัมซุงได้ร่วมกันพัฒนาฮาร์ดดิสก์แบบใหม่ที่ได้รวม หน่วยความจำแบบแฟลชเข้าไว้ในตัว ทำให้ฮาร์ดดิสก์อ่านข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และประหยัด พลังงานได้มากกว่าเดิม เพราะมีหน่วยความจำส่วนนี้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางพักข้อมูลระหว่างเครื่อง

ปัจจุบันฮาร์ดดิสก์แบบไฮบริดจ์มากับหน่วยความจำแฟลชในตัวขนาด 256 MB นอกจากนั้นยังได้มีการเปิดตัว “ฮาร์ดดิสก์” ที่ไม่มีจานแม่เหล็กบันทึกข้อมูลอีกต่อไป แต่เป็น หน่วยความจำล้วนๆ ที่เรียกไดรว์ Solid State

ไดรว์แบบ Hybrid และแบบ Solid State สามารถอ่านข้อมูลได้เร็วกว่าฮาร์ดดิสก์ ทั่วไปเกือบ 2 เท่าตัวและกินไฟน้อยกว่า อย่างไรก็ตามราคาฮาร์ดดิสก์ทั้งสองแบบนี้ยังมีราคาสูงกว่า ฮาร์ดดิสก์ทั่วไปมาก

เราคงเห็นฮาร์ดดิสก์แบบ Hybrid มาแทนที่ฮาร์ดดิสก์แบบเดิมในอนาคตอัน ใกล้ เพราะราคาหน่วยความจำกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว แต่สำหรับในกรณีของฮาร์ดดิสก์ Solid State คงยังไม่สามารถจะเข้ามาทดแทนฮาร์ดดิสก์ที่มีจานหมุนได้ เพราะผู้ใช้คอมพิวเตอร์ปัจจุบัน ต้องการบันทึกข้อมูลปริมาณมหาศาล (ฮาร์ดดิสก์แบบ Solid State นั้นวันนี้ยังจุได้เพียง 32 GB เท่านั้นซึ่งยังห่างไกลฮาร์ดดิสก์โน้ตบุ๊กทั่วไปที่มีความจุกว่า 250 GB ไปแล้ว)

 


 

การติดตั้ง Windows Vista


สิ่งจำเป็นอันดับแรกที่เราจะสามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้ คือ ต้องมีโปรแกรม ระบบปฏิบัติการอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์เสียก่อน ซึ่งโดยปกติทั่วไป เมื่อเราซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ ทางร้านหรือบริษัทจะติดตั้งให้มาพร้อมกับโปรแกรมการใช้งานต่าง ๆ อย่างเรียบร้อย ดังนั้น การจะ ติดตั้งโปรแกรมระบบปฏิบัติสัก 1 ตัว อาจจะไม่จำเป็นมากนักสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานพื้นฐาน เป็นอย่างเดียว แต่สำหรับผู้ที่สนใจหรือผู้ที่นิยมแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยตนเองแล้ว เราสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ ซึ่งมีขั้นตอนในการ ติดตั้ง ดังต่อไปนี้

วิธีติดตั้ง Windows Vista ไม่ต่างจากการติดตั้ง Windows 7 ให้ศึกษาวิธีติดตั้ง Windows Vista ได้ที่ ระบบปฏิบัติการ Windows 7 ได้เลย

 


พื้นฐานการใช้งาน Windows Vista

สำหรับพื้นฐานการใช้งานก็ไม่มีอะไรมากมายนัก ส่วนใหญ่ก็คล้ายกับ วินโดว์ XP แต่บางส่วนก็จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในหัวข้อนี้จึงแบ่งการใช้งานออกเป็น เริ่มตั้งแต่การเข้าสู่ ระบบปฏิบัติการ ส่วนประกอบต่าง ๆ ของ Windows Vista ไอคอนสำคัญ ๆ ส่วนประกอบของ หน้าต่างโปรแกรมและงาน การใช้คำสั่ง และกล่องโต้ตอบ (Dialog box) การกำหนดขนาด ตำแหน่งของหน้าต่าง การออกจากระบบปฏิบัติการ พื้นฐานการใช้เมาส์และคีย์บอร์ด พื้นฐานการใช้ Windows Vista การเปิดโปรแกรมทาง หน้าต่าง Computer การปิดโปรแกรม และการปิดเครื่องเมื่อเกิดปัญหา

พื้นฐานการใช้เมาส์และคีย์บอร์ด

ก่อนที่จะเข้าสู่โปรแกรมระบบปฏิบัติการ Windows Vista เราควรมาทำความรู้จักคุ้นเคยกับ
อุปกรณ์นำเข้าที่จำเป็นต้องใช้ในงานคอมพิวเตอร์เสียก่อน นั่นก็คือ พื้นฐานการใช้เมาส์และ
คีย์บอร์ด

1. พื้นฐานการใช้เมาส์
เมาส์ (Mouse) เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นในการสั่งงานต่าง ๆ บนวินโดวส์ ปกติ เมาส์จะใช้งานร่วมกับคีย์บอร์ด เราสามารถใช้เมาส์ในการจับต้องรายการต่าง ๆ บน หน้าจอได้เช่นเดียวกับการใช้มือจับต้องวัตถุต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน โดยสามารถย้าย วัตถุ เปิดวัตถุ เปลี่ยนแปลงวัตถุหรือลบวัตถุได้ โดยมีรูปแบบการใช้ ดังนี้

เมาส์

รูป แสดง ลักษณะของ เมาส์

- ลักษณะของเมาส์
Normal Select สถานะปกติที่ใช้เลือกหรือชี้ส่วนต่าง ๆ ในจอภาพ
Busy บอกถึงสถานะที่โปรแกรมกำลังทำงานอยู่ (ไม่ว่าง)
Wait บอกถึงสถานะที่โปรแกรมกำลังมาให้คอยก่อน
Text Select (Cursor) บอกถึงสถานะและตำแหน่งการพิมพ์งาน
Link บอกถึงสถานะในการเชื่อมโยงข้อมูล
Move บอกถึงสถานะในการย้ายหรือเคลื่อนที่
Size บอกถึงสถานะในการปรับลดหรือเพิ่มขนาด
Help บอกถึงสถานะในการให้ความช่วยเหลือ
No บอกถึงสถานะไม่ให้ทำงานนั้น

นอกจากนี้ในบางโปรแกรม เช่น โปรแกรมแต่งรูป อาจมีการกำหนดลักษณะของ เมาส์ (Pointer) ให้มีรูปร่างสวยงามและแตกต่างกันไปตามคำสั่งที่กำลังใช้งาน เพื่อช่วยให้เรา สามารถแยกแยะลักษณะของคำสั่งการทำงาน ตลอดจนช่วยอำนวยความสะดวกให้ใช้คำสั่งนั้น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

- การใช้เมาส์ธรรมดาทั่วไป

การเลื่อนตัวชี้ (Pointer) เป็นการเลื่อนเมาส์ไปบนโต๊ะ หรือแผ่นรองเมาส์ (Mouse pad) เพื่อให้ตัวชี้เลื่อนไปยังตำแหน่งที่ต้องการ

- คลิก (Click) การกดปุ่มซ้ายของเมาส์แล้วปล่อยทันที
- ดับเบิลคลิก (Double Click) เป็นการกดปุ่มซ้ายของเมาส์ 2 ครั้ง ต่อเนื่องกัน
- คลิกปุ่มขวา (Right Click) เป็นการกดปุ่มขวาของเมาส์แล้วปล่อย ทันที
- ลากและปล่อย (Drag & Drop) เป็นการกดปุ่มซ้ายของเมาส์ค้างไว้ แล้วลากไปปล่อยในตำแหน่งที่ต้องการ

- การใช้ Scroll Mouse

เป็นเมาส์ที่มีล้อเล็ก (Wheel) อยู่ระหว่างปุ่มซ้ายและปุ่มขวาของเมาส์ ล้อจะทำ หน้าที่ควบคุมการทำงานต่าง ๆ ได้ ดังนี้

- Roll wheel เป็นการเลื่อน Scrollbar ขึ้นหรือลงตามทิศทางการหมุน ขึ้นหรือลงของล้อ
- Drag wheel เป็นการจับเอกสารเลื่อนได้ทุกทิศทาง
- Ctrl + wheel roll เป็นการขยายเอกสารให้ใหญ่ขึ้นหรือลดขนาดลง
- Shift + wheel roll เป็นการขยายหรือย่อส่วนโครงสร้างข้อมูลคล้าย กับ Outline

2. พื้นฐานการใช้คีย์บอร์ด
คีย์บอร์ด (Keyboard) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับป้อนข้อมูล ซึ่งอยู่ในรูปของตัวอักษร ตัวเลขและเครื่องหมายต่าง ๆ นอกจากนี้ยังใช้สำหรับสั่งคำสั่งต่าง ๆ ได้ ดังหัวข้อต่อไปนี้

คีย์บอร์ด (Keyboard)

รูป แสดง ลักษณะของคีย์บอร์ด

คีย์ลัดสำหรับใช้งาน Desktop และ Window

คีย์ลัด
ผลลัพ
- กดปุ่ม SHIFT ขณะใส่แผ่นซีดีรอม
- ยกเลิกการอ่านซีดีโดยอัตโนมัติเมื่อเราใส่ แผ่นซีด
- กดปุ่ม CTRL ขณะ Drag Mouse ไฟล์ที่ ต้องการคัดลอก
- คัดลอกไฟล์
- กดปุ่ม SHIFT+DELETE เมื่อต้องการลบไฟล์
- ลบไฟล์โดยไม่ต้องใส่ลงไปในถังขยะ
- กดปุ่ม CTRL+SHIFT ขณะที่ Drag Mouse ไฟล์ที่ต้องการสร้าง Shortcut
- สร้างไอคอน Shortcut
- กดปุ่ม CTRL+A
- เลือกไฟล์ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
- กดปุ่ม ALT+ENTER หรือกดปุ่ม ALT+Double Click
- ดูคุณสมบัติ (Properties) ที่เราเลือก
- กดปุ่ม ALT+F4
- ปิดหน้าต่างงาน/โปรแกรม/ปิดเครื่อง (Shut Down)
- กดปุ่ม CTRL+ESC
- เรียก Start Menu
- กดปุ่ม CTRL+TAB
- สลับการทำงานระหว่างปุ่ม Start, Quick Launch และ Icon บน Desk top
- กดปุ่ม WINDOWS +TAB
- เรียงหน้าต่างแบบสามมิติ (Flip 3D)
- กดปุ่ม F1
- เรียกใช้งาน Help
- กดปุ่ม F2
- เปลี่ยนชื่อไฟล์ที่เราเลือกอยู่อย่างรวดเร็ว
- กดปุ่ม F3
- แสดงหน้าจอการค้นหาไฟล์และโฟลเดอร์
- กดปุ่ม F5
- รีเฟรซข้อมูลที่อยู่ในหน้าต่างที่เลือกอยู่ใน ขณะนั้น
- กดปุ่ม ALT+LEFT ARROW
- ย้อนกลับไปหน้าที่แล้ว
- กดปุ่ม ALT+RIGHT ARROW
- ไปหน้าถัดไป
- กดปุ่ม LEFT ARROW
- เลื่อนขึ้นไปหนึ่ง Sub Folder
- กดปุ่ม RIGHT ARROW
- เลื่อนลงไปหนึ่ง Sub Folder
- กดปุ่ม NUM LOCK + *
- เลื่อนลงไปทุก Sub Folder ที่เราเลือกอยู่
- กดปุ่ม F6
- เลื่อนไปยังส่วนต่าง ๆ ของ Windows Explorer

 

 

คีย์ลัดสำหรับใช้งานในส่วนของ Folder

คีย์ลัด
ผลลัพ
- กดปุ่ม F10 หรือ ALT
- เรียกใช้ Menu Bar (กรณีเรียกแถบเมนูมาใช้งาน)
- กดปุ่ม ALT+อักษรหน้าเมนู
- เปิดเมนู เช่น ALT+F ใช้เปิดเมนู File
- กดปุ่ม CTRL+F4
- ปิดหน้าเอกสารที่เปิดอยู่หลาย ๆ หน้า
- กดปุ่ม ALT+F4
- ปิดโปรแกรมที่เปิดอยู่
- กดปุ่ม CTRL+C
- คัดลอกส่วนที่เราเลือกอยู่
- กดปุ่ม CTRL+X
- ตัดส่วนที่เราเลือกอยู่เพื่อนำไปวางไว้ที่อื่น
- กดปุ่ม CTRL+V
- วางส่วนที่เราคัดลอกมา
- กดปุ่ม CTRL+Z
- ยกเลิกการกระทำที่เราได้ทำมาแล้ว
- กดปุ่ม DELETE
- ลบส่วนที่เราทิ้งอยู่ทิ้งไป
- กดปุ่ม ALT+SPACEBAR
- แสดงส่วนของ Control Menu ของหน้าต่างที่เปิดอยู่
- กดปุ่ม SHIFT+F10
- แสดงส่วนของ Shortcut menu
- กดปุ่ม ALT+TAB
- สลับหน้าต่างโปรแกรมที่ทำงานอยู่
- กดปุ่ม CTRL+S
-ใช้บันทึก (Save) ข้อมูลของไฟล์โปรแกรม
- กดปุ่ม CTRL+ALT+DEL
ี่-เรียกกล่องโต้ตอบ Task Manager เพื่อปิดโปรแกรม ALT+E หรือปิดเครื่อง ALT+S

 

ในปัจจุบัน คีย์บอร์ดรุ่นใหม่จะมีปุ่ม Wake Up, Sleep และ Power เพิ่มมาให้ ซึ่งปุ่มทั้ง 3 นี้ใช้เพื่อให้เราสามารถปิดเครื่องหรือพักเครื่องได้โดยกดปุ่มเพียงครั้งเดียว โดยหากเรากดปุ่ม Power Windows Vista จะปิดเครื่องให้โดยอัตโนมัติ หรือถ้าหากกดปุ่ม Sleep Windows Vista ก็จะ เข้าสู่สถานะประหยัดพลังงาน โดยมอนิเตอร์ พัดลมระบายความร้อนฮาร์ดดิสก์ และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ติดตั้งอยู่ จะถูกทำให้หยุดทำงานชั่วคราว หรืออยู่ในสถานะที่ใช้พลังงานน้อยที่สุดได้ ซึ่งหากเรา ต้องการกลับมายังสถานะการทำงานปกติ สามารถกดปุ่ม Wake Up หรือปุ่มใด ๆ บนคีย์บอร์ดก็ได้

พื้นฐานการใช้วินโดวส์

วินโดวส์ (Windows) หรือที่แปลว่า หน้าต่าง นั้น เกิดมาจากแนวคิดที่ต้องการสร้าง ระบบปฏิบัติการแนวใหม่ขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้งานเพื่อเปิดและเข้าถึงไฟล์หรือคำสั่งต่าง ๆ ได้ง่าย ซึ่งในระบบของไฟล์นั้นจะประกอบด้วย ไดเรกทอรี่ (หรือที่เรียกกันในวินโดวส์ว่า โฟลเดอร์) และไฟล์เอกสารต่าง ๆ ซึ่งไดเรกทอรี่หรือโฟลเดอร์นี้ ก็เปรียบเสมือนกล่องหรือห้อง ที่

ทางบริษัทไมโครซอฟท์จึงได้พยายามคิดค้นและออกแบบ ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ที่ มียูสเซอร์อินเตอร์เฟส (คือ หน้าจอของโปรแกรมที่ทำขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้งานเรียกใช้คำสั่งต่าง ๆ ได้ง่าย) ที่ใช้งานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ จนในปัจจุบันซึ่งได้พัฒนาระบบปฏิบัติการใหม่มาเป็น Windows Vista นี้ แทบจะเรียกได้ว่า สำหรับผู้ที่ไม่เคยสัมผัสกับคีย์บอร์ด หรือเมาส์แม้แต่ครั้งเดียว ในชีวิต ก็จะสามารถเรียกโปรแกรมใด ๆ ที่ติดตั้งอยู่ในวินโดวส์เปิดขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย โดยมี ผู้ให้คำแนะนำเพียงเล็กน้อย และใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีเท่านั้นเอง

1. การเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ Windows Vista
การเข้าสู่ระบบปฏิบัติการของ Windows Vista ก็ไม่ยากเลย เพียงแต่เราเสียบ ปลั๊กไฟ แล้วกดสวิตช์เพื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา จากนั้นก็นั่งรอโดยในขณะนี้วินโดวส์จะ รันตัวเองโดยอัตโนมัติและประมาณไม่ถึง 1 นาที เราก็พร้อมที่จะใช้งาน Windows Vista ได้ทันที (สำหรับ Windows Vista ที่พึ่งจะติดตั้งเสร็จใหม่สด ๆ ร้อน ๆ เพราะหากเราติดตั้งโปรแกรมลงใน วินโดวส์มาก ก็จะเข้าสู่ Windows Vista ได้ช้าลง)

2. ส่วนประกอบหน้าแรกของ Windows Vista
เมื่อเข้าสู่วินโดวส์แล้วเราจะสามารถเรียกใช้คำสั่งต่าง ๆ เพื่อเปิด/ปิดโปรแกรม หรือ จัดการไฟล์ต่าง ๆ ผ่านทางหน้าจอของ Windows Vista ซึ่งจะแบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ ที่มีหน้าที่ แตกต่างกันไป แต่จุดประสงค์หลัก ก็คือ ต้องการให้เราสามารถใช้งาน Windows Vista ได้สะดวก ง่าย และมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยส่วนประกอบต่าง ๆ ของ Windows Vista มีดังนี้

คลิกเพื่อดูภาพขยาย

รูป แสดง ส่วนประกอบของหน้าตาเมื่อเข้าสู่ Windows Vista

- เดสก์ทอป (Desktop)
คือ พื้นที่หน้าจอส่วนใหญ่ของ Windows Vista ซึ่งใช้แสดงไอคอนและ หน้าต่างของโปรแกรมต่าง ๆ ที่เราเปิดขึ้นใช้งาน

- ไอคอน (Icon)
เป็นรูปภาพ (หรือสัญลักษณ์) ของไฟล์ หรือโปรแกรมที่วินโดวส์จัดเตรียม ไว้ เพื่อให้เราสามารถเรียกใช้โปรแกรมเหล่านี้ได้สะดวก โดยรูปของไอคอนจะแบ่งตามชนิดของ ไฟล์ (File Types) เช่น ไฟล์เอกสารของโปรแกรม Microsoft Word คือ ชื่อไฟล์ .docx ก็จะมีรูปของ ไอคอนเป็นรูปตัวอักษร เหมือนกัน และจะแตกต่างจากไฟล์ชนิดของโปรแกรมชนิดอื่น ๆ

- ไฟล์ (File) กับ ช็อตคัต (Shortcut)
ไฟล์เปรียบเสมือนเอกสารซึ่งเก็บข้อมูลไว้ โดยไฟล์จะแบ่งออกเป็นชนิด ต่าง ๆ ตามลักษณะการใช้งานและชนิดของโปรแกรมที่ใช้กับไฟล์นั้น ๆ ซึ่งสามารถแบ่งไฟล์ออก ประเภทต่าง ๆ เช่น ชื่อไฟล์ . exe, ชื่อไฟล์ .com และ ชื่อไฟล์ .bat เป็นต้น

สำหรับ Shortcut เปรียบเสมือนไฟล์ที่เป็นตัวแทนของไฟล์ต้นฉบับนั้น ๆ โดยจะเป็นไฟล์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับเชื่อมโยง (หรือที่เรียกว่า ลิงค์: Link) ไปยังไฟล์ต้นฉบับ ที่แท้จริง เพื่อให้เราสามารถเรียกหรือเปิดไฟล์นั้น ๆ ขึ้นมาได้อย่างสะดวก โดยเราจะสังเกตเห็นถึง ความแตกต่างระหว่างไอคอนที่เป็นไฟล์ต้นฉบับจริง และไฟล์ที่เป็น Shortcut ได้คือ ไอคอนของ ไฟล์ที่เป็น Shortcut จะมีรูปลูกศรอยู่ที่มุมด้านล่างซ้ายของไอคอนนั้น ๆ เสมอ โดยไอคอนต่าง ๆ ที่ อยู่ในแถบ Quick Launch (คือแถบที่รวบรวมไอคอนของโปรแกรมต่าง ๆ โดยจะปรากฏอยู่บนแถบ ทาสก์บาร์ข้าง ๆ ปุ่ม Start) และปุ่ม Start ก็เป็นเมนูที่รวบรวมคำสั่งต่าง ๆ ซึ่งก็เป็นไอคอนของ Shortcut ทั้งหมด แต่ไอคอนเหล่านี้จะไม่มีรูปลูกศรปรากฏให้เห็น ไฟล์ชนิดนี้สามารถลบได้โดยไม่ มีผลกระทบต่อโปรแกรมแต่อย่างใด

- โฟลเดอร์ (Folder)
เปรียบเสมือนกล่องหรือห้องที่ใช้สำหรับเก็บไฟล์ต่าง ๆ นั่นเอง

- ทาสก์บาร์ (Task bar)
เป็นแถบที่ใช้สำหรับเก็บ Shortcut ที่อยู่ในปุ่ม Start Quick Launch และ Notification Area เพื่อเรียกโปรแกรมและคำสั่งต่าง ๆ และยังเป็นแถบที่ใช้สำหรับแสดงปุ่มของ โปรแกรมที่ถูกเปิดขึ้น เพื่อให้เราสามารถเลือกและสลับการทำงานไปมาระหว่างโปรแกรมแต่ละตัว ได้

- ปุ่มเริ่มต้น (Start)
เป็นปุ่มที่ใช้เปิดเมนูบนทาสก์บาร์ มีหน้าที่หลักสำคัญคือ เก็บ Shortcut ของ โปรแกรมต่าง ๆ ที่ถูกติดตั้งในวินโดวส์เพื่อให้เราสามารถเรียกใช้และเปิดโปรแกรมเหล่านี้ได้ สะดวก

- Quick Launch
เป็นแถบพิเศษที่คล้ายกับปุ่ม Start และสร้างขึ้นมาเพื่อให้เราเรียกใช้และเปิด โปรแกรมที่เราต้องการใช้บ่อย ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพราะการเก็บ Shortcut ของโปรแกรมไว้ใน Quick Launch จะใช้การคลิกเมาส์เพียง 1 ครั้งเท่านั้น

- Notification Area
เป็นพื้นที่ด้านล่างตรงมุมขวาของ Taskbar มีไว้สำหรับทำหน้าที่ประกาศ หรือแสดงสถานะการทำงานของระบบ เช่น วัน เวลา โมเด็ม ภาษาที่ใช้ หรือสถานะการพิมพ์ เป็น ตัวปรับเสียงดังหรือเสียงค่อย ๆ เป็นต้น ต้องดับเบิลคลิกเปิดโปรแกรม หรือคลิกขวาเพื่อเปิดเมนู

3. Icon สำคัญบน Desktop
- Documents
เป็น Object หรือโฟลเดอร์ สำหรับจัดเก็บไฟล์เอกสารต่าง ๆ ที่เปิดขึ้นมาใช้ โดยโปรแกรมใช้งานแต่ละโปรแกรม

คลิกเพื่อขยายภาพ

รูป แสดงหน้าต่างของ Documents

- Computer
เป็น Object สำหรับจัดการกับทรัพยากรต่าง ๆ ที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ นั้น ๆ เช่น Disk Drive, CD/DVD Drive ฯลฯ

คลิกเพื่อขยายภาพ

รูป แสดงหน้าต่างของ Computer

- Recycle Bin
เป็น Object ที่ทำหน้าที่เก็บไฟล์ต่าง ๆ ที่ได้สั่งลบทิ้งไปแล้ว ซึ่งถ้าต้องการ นำมาใช้ใหม่อีกก็สามารถทำได้ หรือจะลบทิ้งออกไปเลยก็ได้

คลิกเพื่อขยายภาพ

รูป แสดง หน้าต่างของ Recycle Bin

- Network
เป็น Object ที่ใช้สำหรับอำนวยความสะดวกในการใช้งานระบบเครือข่ายที่ เชื่อมต่อกันอยู่โดยสามารถเปิด Object นี้ขึ้นมาได้ ดังรูป

รูป แสดงหน้าต่างของ Internet Explorer 7

- Desktop Area
เป็นส่วนที่เป็นพื้นที่ใช้สอย ซึ่งสามารถสร้างและเปิดโปรแกรมใช้งานไฟล์ เอกสาร ไอคอน เครื่องพิมพ์ และสามารถเปลี่ยนสีสันลวดลายให้กับ Desktop ได้ตามต้องการดังรูป

รูป แสดง หน้าตาของ Desktop Area

- ส่วนประกอบของหน้าต่าง (Window)
เมื่อเราดับเบิลคลิกไอคอนที่มีรูปสัญลักษณ์สื่อถึงงาน โปรแกรม โฟลเดอร์ ไฟล์ หรือช็อตคัต ก็จะได้หน้าต่างงานนั้น ๆ เปิดขึ้นมา โดยจะมีส่วนประกอบต่าง ๆ ดังต่อไปนี

รูป แสดงส่วนประกอบของหน้าต่าง (Window) มี Layout แบ่งออกเป็นบาน (Panes)

รูป แสดงรายละเอียดส่วนประกอบของหน้าต่าง (Window)

- Title bar
เป็นแถบที่ใช้ควบคุมวินโดวส์ของงาน/โปรแกรม

รูป แสดง การใช้ Title bar ควบคุมหน้าต่าง

รายการคำสั่งที่เกิดจาก Control Menu บน Title Bar ดังต่อไปนี้
- Close ใช้ปิดวินโดวส์หรือออกจากโปรแกรม
- Maximize ใช้ขยายวินโดวส์ให้เต็มจอ
- Restore คืนค่าปรับขนาดของวินโดวส์ให้เหลือคงเดิม
- Minimize ใช้ย่อเป็นแถบเล็ก ๆ เรียกว่าปุ่มแอพพลิเคชั่น
(Application Button) อยู่บน Taskbar
- Move ใช้ย้ายตำแหน่งของวินโดวส์
- Size ใช้กำหนดขนาดของวินโดวส์
- Size & Move เป็นการเปลี่ยนแปลงขนาดของวินโดวส์ (Border) ใน การแสดงบนจอ เพื่อความเหมาะสมเพราะบางครั้งเราอาจจะเปิดวินโดวส์ของโปรแกรมใช้งาน ขึ้นมาหลาย ๆ โปรแกรมพร้อมกันจึงจำเป็นต้องปรับขนาดของวินโดวส์ใหม่ เพื่อจะให้แต่ละ วินโดวส์แสดงให้เห็นบนจอได้และยังสามารถเคลื่อนย้ายวินโดวส์ไปยังตำแหน่งต่าง ๆ บนจอตาม ตัวอย่างจะได้

รูป แสดง หน้าที่ของ Size & Move

- Menu bar
เป็นแถบรายการคำสั่ง ซึ่งมีไว้สำหรับสั่งงานของโปรแกรมใช้งานต่าง ๆ แต่ ปัจจุบัน Windows Vista และ Office 2007 ได้พยายามเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน ได้แก่ หน้าต่าง Windows Vista ถ้าเปิดครั้งแรกจะซ่อนเมนูไว้ ต้องคลิกเรียกมาจากแถบคำสั่งที่ปุ่ม Organize\Lay Out\Menu Bar ส่วนที่โปรแกรมของ Office 2007 จะไม่มีแถบเมนูเช่นนี้เลย ส่วนโปรแกรมอื่น ๆ ยัง มีใช้งานตามปกติ แต่จะมีรายละเอียดแตกต่างกันไปตามหน้าที่และงานของโปรแกรมนั้น ๆ การ เลือกใช้เมนูสามารถใช้ได้ทั้งคีย์บอร์ดและเมาส์ คำสั่งบางคำสั่งอาจจะจบในตัวเอง และบางคำสั่ง อาจจะมีคำสั่งย่อยหรือมีเงื่อนไขทางเลือกอื่น ประกอบเรียกว่ากล่องโต้ตอบ (Dialog boxes) โดย ต้องกำหนดรายละเอียดก่อนจึงจะทำให้คำสั่งสมบูรณ์

คลิกเพื่อขยายภาพ

รูป แสดงหน้าตาของ Menu Bar

คลิกเพื่อขยายภาพ

คลิกเพื่อขยายภาพ

รูป แสดง การเปิดเมนูต่าง ๆ ขึ้นใช้งาน

เมื่อเปิดเมนูแล้ว จะเห็นคำสั่งในรายการคำสั่งที่เลือกนั้นอาจจะมีเครื่องหมาย
หรือสัญลักษณ์แสดงด้านหลังคำสั่งนั้น เพื่อบอกให้ทราบว่าถ้าเลือกคำสั่งนั้นแล้วผลเป็นอย่างไร ซึ่ง
มีสัญลักษณ์ต่าง ๆ ตามรูป ดังนี้

1. เป็นคำสั่งที่แสดงว่ามี Dialog boxes ที่ต้องตอบสนองวัตถุประสงค์ ของงานก่อน

2. เป็นคำสั่งที่อยู่ในสภาวะ On ถ้ามีเครื่องหมายถูก และ Off ถ้าไม่มี เครื่องหมายถูก

3. เป็นคำสั่งที่อยู่ในสภาวะการเลือกใช้กับเมนูอื่น ๆ

4. เป็นคำสั่งที่มีเมนูย่อยต่อไปอีก

5. เป็นคำสั่งลัดที่สามารถสั่งได้ด้วยคีย์บอร์ดโดยให้กดแป้นพิมพ์ตาม ตัวอักษรนั้นไม่ต้องเปิดเมนู

- Toolbar
เป็นแถบเครื่องมือในรูปแบบใหม่ ที่เป็นปุ่มคำสั่ง ทำงานทันที และปุ่มเมนู ทั้งนี้เพื่อความสะดวก และใช้งานคำสั่งได้รวดเร็วขึ้น

รูป แสดง Toolbar แบบใหม่ของ Vista

เมื่อเปิดหน้าต่างโปรแกรมหรืองาน ถ้าจะใช้คำสั่งอย่างรวดเร็วแล้ว การใช้ ปุ่มคำสั่งบนแถบเครื่องมือต่าง ๆ จะสะดวกและรวดเร็วกว่าการใช้เมนูคำสั่ง เพียงแต่ Windows Vista ได้ให้มา 2 ปุ่มมาตรฐานทุก ๆ หน้าต่าง คือ ปุ่ม Organize กับ Views ส่วนปุ่มอื่น ๆ จะ เปลี่ยนแปลงไปตามหน้าต่างงานนั้น ๆ ซึ่งมีแถบเครื่องมือต่าง ๆ ดังนี้

- Address Bar
เป็นแถบเครื่องมือบอกตำแหน่งที่อยู่ (ใช้บอกชื่อแทนแถบชื่อ) และสามารถ เลือกใช้รายการเก่าที่อยู่ในเมนู (Drop down List) หรือจะพิมพ์ตำแหน่งที่จะไปแล้วกดปุ่ม -> (Go) ที่ ปุ่มท้าย หรือใช้คลิกที่หัวลูกศรเปิดไปที่ระดับใด ๆ ก็ได้ ส่วนที่ด้านหน้าจะมีปุ่ม ก่อนหน้า (Back) ถัดไป (Forward) และปุ่มรายการให้เลือก

คลิกเพื่อขยายภาพ

รูป แสดง Address Bar แบบใหม่ของ Vista

- Search Bar
เป็นแถบเครื่องมือใหม่ที่มากับหน้าต่างทุก ๆ หน้าต่างของ Windows Vista ใช้สำหรับการค้นหา และสามารถกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่บานค้นหา (Search Pane) และ ค้นหาขั้นสูง (Advanced Search)

รูป แสดง Search Bar แบบใหม่ของ Vista

- Scroll bar
เป็นแถบสำหรับเลื่อนเอกสารขึ้นหรือลง ซ้ายหรือขวา ตามความต้องการ ของผู้ใช้ นอกจากการใช้คีย์บอร์ด เลื่อนเอกสารขึ้น (Page Up) หรือลง (Page Down)

รูป แสดง Scroll bar ในการเลื่อนดูรายละเอียดของหน้าต่าง

เมื่อเปิดหน้าต่างโปรแกรมหรืองาน ถ้ามีข้อมูลมาก เราอาจจะมองไม่เห็น รายละเอียดของข้อมูลในหน้าต่างนั้นได้หมด หน้าต่างจะสร้างแถบ Scroll bar ขึ้นให้เองทั้งใน แนวตั้ง (Vertical Scroll bar) และแนวนอน (Horizontal Scroll bar) ซึ่งมีวิธีการใช้แถบ Scroll bar ดังนี้

1. ปุ่มหัวลูกศร เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับเลื่อนหน้าจอไปตามที่เรา คลิกเมาส์ ทีละน้อย

2. พื้นที่ระหว่างปุ่มกับแถบเลื่อน เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับเลื่อน หน้าจอไปตามที่เราคลิกเมาส์ ทีละส่วน

3. แถบเลื่อน เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับเลื่อนหน้าจอไปตามที่เราลาก แถบเลื่อนไปตามที่ต้องการ

- Details Pane
เป็นบานที่แสดงรายละเอียดของไอคอนที่ได้คลิกเลือก

รูป แสดง Details Pane ในการแสดงรายละเอียดของฮาร์ดดิสก์ไดรว์ C:

- Preview Pane
เป็นบานที่แสดงภาพตัวอย่างของไอคอนบางชนิด

รูป แสดง Details Pane ในการแสดงภาพตัวอย่าง

- Status bar
เป็นแถบที่ใช้แสดงสถานะของงานที่ทำหรือที่นำเมาส์ไปชี้ ณ ตำแหน่งนั้น

คลิกเพื่อขยายภาพ

รูป แสดง แถบสถานะของหน้าต่าง

- Folder View
เป็นบริเวณที่แสดงรายละเอียดของโปรแกรมหรืองานในโฟลเดอร์นั้น

รูป แสดงการคลิกเลือก Computer จะแสดงรายละเอียดที่อยู่ภายใน Computer

- Window ในลักษณะต่าง ๆ
เมื่อเราเปิดโปรแกรมใช้งานขึ้นมาหลาย ๆ โปรแกรม ดังรูป

รูป แสดง ลักษณะของ Window ที่เปิดขึ้นมา

Active Window
วินโดวส์ของโปรแกรมที่พร้อมที่จะใช้งานหรือกำลังใช้งานอยู่ในขณะนั้น สังเกตได้จากสีของ Title bar จะมีสีเข้ม

Inactive Window
วินโดวส์ของโปรแกรมที่เปิดอยู่ แต่ไม่พร้อมที่จะใช้งาน สังเกตได้จากสี ของTitle bar มีสีจาง ถ้าต้องการใช้ให้คลิกปุ่มเมาส์ที่ส่วนใด ๆ ของวินโดวส์นั้นหรือกดปุ่ม ALT + TAB

Message Box หรือ Dialog box
วินโดวส์ของงานย่อยหรือเมนูย่อยที่ต้องการให้ข้อมูลหรือต้องการให้ผู้ใช้ จัดการกับงานของหน้าต่างนี้ให้แล้วเสร็จตามต้องการก่อน

รูป แสดง ลักษณะของหน้าต่าง Message Box ที่เปิดขึ้นมา

คลิกเพื่อขยายภาพ

รูป แสดง ลักษณะของหน้าต่าง Dialog boxes ที่เปิดขึ้นมา

คำสั่งที่มี…. ต่อข้างท้ายแสดงว่าจะต้องมี Dialog boxes ซึ่งแต่ละ Dialog boxes จะมีรายละเอียดต่าง ๆ ตามรูป ดังนี้

1) Tab เป็นแถบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งมีรายการคำสั่งหลัก หรือทางเลือก สำหรับใช้งาน การเลือกให้คลิกที่ แถบรายการที่ต้องการ
2) Text box เป็นกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าใช้เติมข้อความ หรือตัวเลขโดยเลื่อน Mouse ไปคลิกที่ ext box แล้วเติมข้อมูลที่ต้องการ
3) Drop down list box มีเครื่องหมายปรากฏอยู่ เมื่อคลิกที่เครื่องหมายนี้ จะมีรายการให้เลือก ให้คลิกที่ตัวเลือกที่ต้องการ
4) Option Button มีเครื่องหมาย เป็นรูปวงกลมสำหรับให้เลือกราย การ ซึ่งถ้าเลือกรายการดวงกลมจะมีสีดำ ซึ่งจะเลือกได้ทีละ 1 รายการเท่านั้น
5) Check box มีเครื่องหมายเป็นรูปเล็ก ๆ เมื่อคลิกที่เครื่องหมาย ตัวเลือก จะเป็นเครื่องหมายถูก แต่ถ้าคลิกอีกครั้งก็จะถูกยกเลิกไปสามารถเลือกพร้อมกันหลาย ๆ รายการได้
6) Spinner จะมีเครื่องหมาย ปรากฏอยู่ใช้คลิกตรงลูกศรขึ้นหรือลงสำหรับ เลือกค่าตัวเลขที่ต้องการ
7) Command button เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าพร้อมทั้งมีชื่อคำสั่ง การใช้ให้ คลิกตรงปุ่มคำสั่งนั้น ๆ
8) Slider เป็นแถบสำ หรับเลื่อนตามทิศทาง ซึ่งมีลักษณะเป็น Scale สำหรับเพิ่มค่ามากหรือน้อยตามต้องการ
9) Select item เป็นการเลือกรายการจากที่กำหนดให้
10) Job Area เป็นกรอบพื้นที่เฉพาะงานนั้น ๆ ซึ่งจะมีชื่องานอยู่ด้วย

- การออกจากระบบปฏิบัติการ Windows Vista
เมื่อต้องการออกจากวินโดวส์หลังจากใช้งานต่าง ๆ เสร็จสิ้นแล้ว จำเป็นต้องปิด งานหรือโปรแกรมต่าง ๆ ทั้งหมดก่อน แล้วจึงกดปุ่ม Start\Shut Down เพื่อปิดวินโดวส์ก่อนที่จะปิด เครื่องคอมพิวเตอร์ (Board ของเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่: ATX จะปิดเครื่องด้วยตนเอง) ขั้นตอน ในการออกจากวินโดวส์ มีดังต่อไปนี้

1. กรณีปกติ
- ปิดโปรแกรมประยุกต์ทั้งหมดที่เปิดใช้งานอยู่
- คลิกที่ปุ่ม Start คลิกปุ่ม Turn Off หรือ เมนูแล้วเลือก Shut Down ใช้สำหรับปิดเครื่องหยุดการใช้พลังงาน Restart ใช้สำหรับบู๊ตวินโดวส์ใหม่ Switch User สลับผู้ใช้ Log Off ออกจากผู้ใช้ขณะนั้น

รูป แสดง ลักษณะการออกจากระบบปฏิบัติการ Windows Vista

2. กรณีปิดโปรแกรมและปิดเครื่องไม่ได้
เมื่อใดที่โปรแกรมของเราที่กำลังเปิดขึ้นใช้งานอยู่เกิดอาการรวน หรือมี ปัญหา เช่น หน้าจอการแสดงผล ไม่สามารถคลิกหรือสั่งงานใด ๆ ได้ หรือที่เรียกกันว่า โปรแกรม ไม่มีการตอบสนอง (Not Responding) เป็นปัญหาที่เรียกว่า เกิดจากเสถียรภาพของวินโดวส์ที่ไม่ดี นัก ซึ่งมีปัญหากับวินโดวส์ในทุกเวอร์ชันที่ผ่านมา และทางบริษัทไมโครซอฟท์ได้พยายามพัฒนา เพื่อเพิ่มเสถียรภาพให้ดีขึ้นอยู่เสมอ โดย Windows Vista จะมีเสถียรภาพมากกว่าทุกรุ่น อาการที่ เครื่องไม่ตอบสนองมีหลายแบบด้วยกัน ซึ่งเกิดจากสาเหตุหลายประการ อาจจะเป็นที่ฮาร์ดแวร์ หรือซอฟต์แวร์ก็ได้ เรียกโดยรวมว่า แฮงก์ (Hang) คือ เครื่องจะมีอาการที่เราไม่สามารถทำอะไรได้ เลย ไม่ว่าจะขยับเมาส์หรือกดคีย์บอร์ด ทางออกของเราก็คือ กดปุ่ม Reset บน Case แต่ถ้าไม่มีปุ่ม Reset บน Case ก็คงต้องปิดเครื่องทิ้งไว้สักครู่แล้วจึงค่อยเปิดใหม่ ถ้ายังสมารถใช้เมาส์หรือคีย์บอร์ด สั่งงานได้ ก็เรียก Windows Task Manager มาปิดงาน โดยคลิกขวาที่ Taskbar เลือก Task Manager หรือ กดปุ่มคีย์บอร์ด Ctrl + Alt + Del ก็จะเปิดกล่องโต้ตอบ Windows Task Manager ให้เลือก รายการที่ไม่ตอบสนอง คลิกปุ่ม End Task เพื่อปิดงาน แล้วคลิกปุ่ม End Now อีกครั้งถ้ามีกล่อง โต้ตอบขึ้นมาอีก ถ้าอาการหนัก อาจต้องคลิกหลายครั้งกว่าจะปิด หรือไม่สามารถปิดเลยก็ได้

รูป แสดงการปิดโปรแกรมหรืองานในกรณีที่เครื่องไม่ทำงานด้วย Windows Task Manager

 


การจัดการ Disk และ Files

การจัดการกับ Diskette ได้แก่ การเตรียมดิสก์ การสำเนาดิสก์ การใช้คุณสมบัติของดิสก์ เช่น การตั้งชื่อ การตรวจเช็คดิสก์ และการเรียงข้อมูลในดิสก์ เป็นต้น ส่วนการจัดการ Files และ Folders ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของไฟล์ การสร้างไฟล์ ช็อตคัต และโฟลเดอร์ใหม่ การ เลือก การแก้ไขต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนชื่อ การย้าย การคัดลอก การลบ เป็นต้น การตั้งค่าตัวเลือก และการค้นหาไฟล์ ช็อตคัต และโฟลเดอร์ที่ต้องการ

ดังนั้นจึงแบ่งออกเป็น 2 ห้วข้อดังนี้

1. การจัดการกับ Diskette

อุปกรณ์พื้นฐานที่ใช้สำหรับจัดการเกี่ยวกับข้อมูลบน Windows Vista นั้น มีหลายชนิด ได้แก่ Floppy Drive, Hard Drive, Removable Cartridge Drive, CD-ROM Drive, CD-RW Drive, DVD Drive COMBO Drive และ DVD-RW Drive ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้มีหน้าที่และการใช้แตกต่าง กันไป เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่กล่าวนี้ทั้งหมดก็ได้ ขึ้นอยู่กับความ ต้องการของผู้ใช้ว่าจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง

- การ Format Disk
การ Format Disk เป็นการเตรียมแผ่นดิสก์หรือ Hard Disk ให้พร้อมที่จะนำมาบันทึก ข้อมูลได้ โดยทั่วไปในแผ่นดิสก์ที่วางจำหน่าย จะมีการ Format แล้ว ซึ่งสังเกตได้จากหน้ากล่องจะ เขียนคำว่า Formatted แต่บางแผ่นอาจจะเกิดความผิดพลาดขึ้นได้และบางครั้งเราต้องการที่จะล้าง

1. นำแผ่นนำแผ่น Disk ใส่ในช่องเสียบของ Disk Drive
ในที่นี้ คือ ไดรว์ A:

2. Double click ที่ไอคอน Computer
แล้วคลิกเลือก Disk Drive ให้ตรงกับที่ต้องการ Format คือ ไดรว์ A: ดังรูป

รูป แสดง หน้าต่าง Computer ที่ถูกเปิดขึ้น เลือกไดรว์ A:

รูป แสดง กรณีที่ไดรว์ A: ยังไม่ได้ใส่แผ่น

3. เปิดเมนูคำสั่งคลิกเลือกเมนู File หรือคลิกปุ่มขวาเปิดเมนูลัด
ให้คลิกขวาเปิดเมนูลัด หรือคลิกเลือกเมนู File (ถ้าเรียกแถบเมนูมาใช้) จะมี เมนูหรือคำสั่ง Format ให้จัดการกับไดรว์ A:

รูป แสดงการคลิกขวาเปิดเมนูลัดที่ไอคอนไดรว์ A: เลือกคำสั่ง Format

4. เลือกคำสั่ง Format...
จะเปิดกล่องโต้ตอบขึ้น

คลิกเพื่อขยายภาพ

รูป แสดง กล่องโต้ตอบการ Format ให้พิมพ์ชื่อ และเลือกอย่างรวดเร็ว

รูป แสดง แผ่นคำเตือนข้อมูลทั้งหมดจะถูกลบ

คลิกเพื่อขยายภาพ

รูป แสดง แผ่นสรุปการ Format เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว

คลิกเพื่อขยายภาพ

รูป แสดง ข้อมูลทั้งหมดถูกลบไปแล้ว

- การ Copy Disk
เป็นการทำการคัดลอกข้อมูลจากดิสก์แผ่นหนึ่งไปยังดิสก์อีกแผ่นหนึ่ง ผลหลังจากทำ การ Copy จะทำให้ข้อมูลในดิสก์ทั้ง 2 เหมือนกันทุกประการ ถ้าการ Copy สมบูรณ์ การ Copy แผ่นดิสก์สามารถทำได้ตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

1.การอ่านข้อมูล
จากหน้าต่างของ Computer ที่ถูกเปิดขึ้นมา เลือกไดรว์ A: (ให้ใส่แผ่น ต้นฉบับไว้ก่อน เมื่อเวลาเลือกเมนูเครื่องจะมีแผ่นให้อ่าน) เปิดเมนู File แล้วเลือกคำสั่ง Copy Disk... จะได้กล่องโต้ตอบขึ้นมา แล้วให้คลิกปุ่ม Start เพื่อให้เครื่องอ่านข้อมูลต้นฉบับนำไปเก็บไว้ ในหน่วยความจำ จากทางด้าน Copy from

คลิกเพื่อขยายภาพ

รูป แสดง การเปิดคำสั่ง Copy Disk

รูป แสดง แผ่นกล่องโต้ตอบ Copy Disk กำลังอ่านข้อมูลจากต้นฉบับ

2. การเปลี่ยนแผ่นดิสก์
เมื่ออ่านข้อมูลจบแล้ว จะมีแผ่นกล่องโต้ตอบบอกให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าหรือ แผ่นที่จะไม่ใช้ข้อมูลลงไปแทนในไดรว์ แล้วคลิกปุ่ม OK ดังรูป

รูป แสดง แผ่นกล่องโต้ตอบให้ใส่แผ่นดิสก์

3. การเขียนข้อมูลลงในแผ่นดิสก
เครื่องจะนำข้อมูลในหน่วยความจำมาเขียนข้อมูลลงแผ่นดิสก์ที่เปลี่ยนใส่ เข้าไปใหม่ ทางด้าน Copy to ดังรูป

รูป แสดง แผ่นกล่องโต้ตอบ Copy Disk กำลังเขียนข้อมูลลงในแผ่นเป้าหมาย

4. การคัดลอกเสร็จสมบูรณ์
เมื่อแผ่นดิสก์ได้ถูกเขียนจนครบแล้ว ก็จะแจ้งว่าการคัดลอกได้เสร็จสิ้นแล้ว (Copy completed successfully) ดังรูป

รูป แสดง แผ่นกล่องโต้ตอบ Copy Disk ได้เสร็จงานเรียบร้อยแล้ว

- การใช้คุณสมบัติของแผ่นดิสก์ (Properties)
คุณสมบัติของแผ่นดิสก์ (Properties) จะให้เราตั้งชื่อป้ายฉลากของแผ่น พร้อมทั้งแสดง รายละเอียดของข้อมูลในแผ่น และจะมีเครื่องมือในการช่วยดูแลแผ่นดิสก์ให้ใช้งานได้ดีขึ้น คือ การ ตรวจสอบแผ่นดิสก์ (ScanDisk) และจัดระเบียบแผ่นดิสก์ (Defragmenter) ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1. การตั้งชื่อป้ายฉลากแผ่นดิสก์
จากหน้าต่างของ Computer ที่ถูกเปิดขึ้นมา เลือกไดรว์ C: ให้คลิกขวา แล้ว เลือกคำสั่ง Properties จะได้กล่องโต้ตอบขึ้นมา แล้วให้เลือกแถบ General ให้พิมพ์ชื่อในช่อง Text box ของ Label

คลิกเพื่อขยายภาพคลิกเพื่อขยายภาพ

รูป แสดง Properties เลือกแถบ General

คลิกเพื่อขยายภาพ

รูป การทำความสะอาด Disk คลิกที่ Disk Cleanup จากนั้นเลือกที่ My files only

จากรูป ให้เลือกเครื่องหมายถูก ตรงไฟล์ที่จะทำความสะอาด

รูป แสดงการกำลังทำความสะอาด

2. การใช้เครื่องมือในการจัดการแผ่นดิสก์
จากกล่องโต้ตอบ Properties ที่เปิดขึ้นมา ให้เลือกแถบ Tool จะมีรายการ คำสั่งให้เลือกทำงานอยู่ 3 รายการ ในที่นี้จะจัดการเพียง 2 รายการ คือการตรวจสอบความผิดพลาด (Error-checking) และการเรียงข้อมูลในดิสก์ (Defragmentation)

จากรูป Properties เลือกแถบ Tool จากนั้นคลิกที่ Chack Now

- การตรวจสอบแผ่นดิสก์ (Error-checking status or ScanDisk) การ Scan Disk ทำหน้าที่ตรวจสอบ วินิจฉัย และซ่อมแซมส่วนที่เกิดปัญหาบนแผ่นดิสก์หรือ ฮาร์ดดิสก์ เพื่อให้แผ่นดิสก์หรือฮาร์ดดิสก์สามารถใช้งานได้ต่อไป โดยให้สังเกตกรณีที่แผ่นดิสก์มี อาการที่อ่านหรือบันทึกข้อมูลไม่ค่อยจะได้หรือได้ไม่ค่อยสะดวกนัก ทุกครั้งที่มีการปิดเครื่องโดย ไม่ผ่านการ Shut down Windows Vista จะมีการ Scan Disk ให้ทันทีโดยอัตโนมัติ แต่หลังจากนั้น เมื่อเราเปิดเครื่อง ใหม่อีกครั้งใน ที่นี้ให้คลิกปุ่ม Check Now… จะเข้าสู่หน้า Check Disk Local Disk

รูป แสดงการ ScanDisk ไดรว์ C: เลือกรูปแบบการแสกน แล้วคลิกปุ่ม Star

รูป แสดง การ ScanDisk เสร็จสิ้นแล้ว

คลิกเพื่อขยายภาพ

คลิกเพื่อขยายภาพ

รูป แสดง การสรุปรายงานผลการตรวจสอบพบความผิดพลาดของดิสก์ไดรว์ C:

- การจัดการข้อมูลในแผ่นดิสก์ (Defragmentation status) เป็น โปรแกรมที่ทำหน้าที่จัดเรียง Block ของข้อมูลในดิสก์หรือฮาร์ดดิสก์ให้เรียงติดกัน ทั้งนี้เนื่องจาก การเก็บข้อมูลในดิสก์นั้นปกติจะกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ เป็นเหตุให้เสียเวลามากในการอ่าน ข้อมูลเหล่านั้นในแต่ละครั้ง ดังนั้น Disk Defragmenter จึงเป็นโปรแกรมที่นำมาแก้ปัญหานี้โดยการ จัดเรียงข้อมูลในพื้นที่ส่วนต้นของดิสก์และพื้นที่ว่างไว้ส่วนท้ายของดิสก์ ให้คลิกปุ่ม Defragment now…จะได้ ดังรูป

รูป แสดง โปรแกรม Disk Defragmenter เริ่มทำงานกับไดรว์ C:


2. การจัดการ Files และ Folders

1) ความหมายของ Files และ Folders

Files คือ หน่วยอิสระที่เล็กที่สุดที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ ในระบบจัดเก็บแบบโครงสร้าง เช่น ในระบบของดอสหรือยูนิกซ์ ชื่อของไฟล์จะเก็บอยู่ใน Directory หรือ Sub Directory ส่วนสำหรับระบบปฏิบัติการของเครื่องแมคอินทอช และวินโดวส์ 98 หรือ Windows Vista ชื่อไฟล์จะเก็บอยู่ใน Folder ซึ่งไฟล์ที่เก็บจะมีตำแหน่งสำหรับใช้ในการ อ้างอิงเมื่อต้องการใช้ สำหรับความหมายของไฟล์ในระบบจัดการฐานข้อมูลนั้นไฟล์จะเป็นที่เก็บ ข้อมูลหลาย Record ข้อมูลที่เก็บอยู่ในไฟล์นั้นอาจจะมีหลายรูปแบบ เช่น โปรแกรมคำสั่ง เอกสาร หรือข้อความ รูปภาพ เสียง ฯลฯ ส่วน Shortcut คือ ไอคอนที่เชื่อมโยงไปถึงต้นทางของไฟล์นั้น

Folder คือ ที่สำหรับเก็บไฟล์ และโปรแกรมต่าง ๆ บนแผ่นดิสก์หรือฮาร์ดดิสก์ ซึ่ง การเก็บข้อมูลซึ่งมีหลากหลายนั้นควรยกชนิดหรือพวกโดยสร้าง Folder ขึ้นมาสำหรับเก็บไฟล์ เหล่านั้น ทั้งนี้เพื่อความสะดวกเวลาจะเรียกใช้

2) การตั้งชื่อ File หรือ Folder บนวินโดวส์

Windows Vista จะสามารถตั้งชื่อ Files หรือ Folder ได้ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
1. ชื่อ File หรือ Folder สามารถตั้งได้ยาวไม่เกิน 255 ตัวอักษร
2. สามารถใช้จุด (.) สำหรับแยกระหว่างชื่อและส่วนขยายได้ เช่น SIAM.COMPUTER.TEXT เป็นต้น
3. ห้ามใช้เครื่องหมาย ? \ * “ < | ตั้งชื่อ
4. ใช้ช่องว่างในชื่อ File ได้ แต่ควรระวังเวลาใช้ ถ้าช่องว่างไม่เท่ากัน อาจจะเกิดปัญหาได้
5. ใช้ตัวอักษรที่เป็นตัวพิมพ์เล็กหรือตัวพิมพ์ใหญ่ ก็ได้มีผลเท่ากัน
6. การตั้งชื่อ File ควรใช้ชื่อที่สื่อความหมาย ถึงข้อมูลที่เก็บใน File เหล่านั้น ทั้งนี้เพื่อความสะดวกเวลาจะนำมาใช้ในภายหลัง

3) การเปลี่ยนชื่อ File และ Folder

ในกรณีที่ชื่อ File หรือ Folder เดิม มีชื่อไม่เหมาะสม เรา็สามารถเปลี่ยนชื่อใหม่ได้ โดยทำตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้
1. เลือก File หรือ Folder ที่ต้องการเปลี่ยนชื่อใหม่
2. เลือกเมนู File แล้วเลือกคำสั่ง Rename หรือคลิกปุ่มขวาของเมาส์ที่ File หรือ Folder ที่ต้องการเปลี่ยนชื่อแล้วคลิกที่คำสั่ง Rename วินโดวส์จะมีแถบเลือกชื่อ File หรือ Folder ขึ้นมาพร้อมที่จะให้ทำการเปลี่ยนแปลงแก้ไข
3. ให้พิมพ์ชื่อ File หรือ Folder ใหม่ที่ต้องการในช่องแถบชื่อที่ตำแหน่ง พิมพ์กำลังกระพริบอยู่

4) คุณสมบัติของ File และ Folder

คุณสมบัติของไฟล์ (Attribute) คือ การกำหนดประเภทหรือคุณสมบัติของไฟล์ ซึ่ง จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

1. Read-only คือ ไฟล์ (หรือโฟลเดอร์) ที่สามารถอ่านได้อย่างเดียว (ลบ และแก้ไขไม่ได้)
2. Hidden คือ ไฟล์ที่ถูกซ่อนไว้ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ (ปกติจะเป็น ไฟล์ที่ไม่ได้ใช้โดยตรง แต่คอมพิวเตอร์จะเรียกใช้ไฟล์เหล่านี้ในการทำงานของระบบ)
3. Archive คือ ไฟล์ที่เป็นเอกสาร

5) การใช้ Windows แสดงมุมมองของ File และ Folder

- การกำหนดสภาวะการทำงานของ Windows

Menu bar หรือ Toolbar สามารถที่จะให้แสดงผลของไอคอนได้ตามความ ต้องการ ในขณะที่อยู่ใน Windows นั้น

1. การแสดงลักษณะของ File และ Folder ในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง เมื่อ อยู่ใน Windows โดยคลิกเลือกคำสั่ง View จาก Menu Bar หรือคลิกปุ่ม View บน Toolbar แล้ว เลือกรายการ หรือลากสไลด์ขึ้นลงก็ได้

ความหมายของ View

- Extra Large Icon เป็นไอคอนขนาดใหญ่มากเรียงจากด้านบน ซ้ายไปขวา

- Large Icon เป็นไอคอนขนาดใหญ่เรียงจากด้านบนซ้ายไปขวา

- Medium Icon เป็นไอคอนขนาดกลางเรียงจากด้านบนซ้ายไปขวา

- Small Icon เป็นไอคอนขนาดเล็ก ๆ เรียงจากด้านบนซ้ายไปขวา

- List เป็นไอคอนเล็ก ๆ เรียงจากด้านบนลงล่างทางซ้ายก่อน

- Details เป็นรายละเอียดในแต่ละแถว ตามหัวเรื่องของชื่อ ขนาด ชนิด และวันที่แก้ไขครั้งสุดท้ายด้วย

- Tiles เป็นการรียงไอคอนขนาดมาตรฐานเรียงจากด้านบนซ้าย มาขวา

2. การเรียงลำดับ File และ Folder เพื่อความสะดวกในการใช้ File และ Folder ควรจัดเรียงลำดับ File และ Folder ให้เรียบร้อย โดยจะเรียง Folder ก่อน File หรือ Shortcut ซึ่งจะมีรูปแบบการจัดเรียงลำดับอยู่หลายรูปแบบ โดยเลือกคำสั่ง Sort By จากเมนู View หรือคลิก ขวาที่พื้นที่ว่างของหน้าต่าง แล้วเลือกรูปแบบการจัดเรียง ดังนี้

- by Name เรียงลำดับตามชื่อของ File หรือ Folder

- by Type เรียงลำดับตามชนิดของ File หรือ Folder โดย File จะ เป็นชนิดตามส่วนขยายหรือนามสกุล

3. การตั้งค่า Folder Options เพื่อกำหนดให้ Windows แสดงผลเป็นไปใน รูปแบบใด โดยให้คลิกเมนู Tools เลือกคำสั่ง Folder Options... จะปรากฏกล่องโต้ตอบ Folder Options มีให้เลือก 3 แท็บ คือ

- แท็บ General กำหนดค่าตัวเลือกต่าง ๆ

- แท็บ View มีการตั้งค่ามุมมองของไฟล์และโฟลเดอร์

- แท็บ Search แสดงถึงการตั้งค่าการค้นหา

- การจัดการกับ File และ Folder

การทำงานกับ File และ Folder ผู้ใช้จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับการจัดการ กับ File และ Folder เป็นอย่างดีถึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับรายละเอียดในการ จัดการกับ File และ Folder มีดังต่อไปนี้

1. การเลือก File และ Folder เป็นการเลือก File หรือ Folder เพื่อที่จะใช้ ในการจัดการตามต้องการต่อไป ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งกับเมาส์และคีย์บอร์ด โดยสามารถเลือกได้ที ละ File หรือทีละ Folder หรืออาจจะเลือกทีละหลาย ๆ File หรือหลาย ๆ Folder ได้ดังตารางต่อไปนี้

รายการ
การใช้เมนู
การใช้เมาส์แบบมาตรฐาน
การใช้คีย์บอร์ด
1. การเลือกไอคอน เดียว 1. ไม่มี 1. Click 1. ใช้ลูกศรเลื่อน
2. การเลือกมากกว่า 1 ไอคอน 2. ให้ใช้ ดังนี้ 2. ให้ใช้ ดังนี้ 2. ให้ใช้ ดังนี้
- ไอคอนที่อยู่ ติดกัน - ไม่มี

- Shift + click หรือ

- Drag พื้นที่คลุม

- ลูกศร + Shift
- ไอคอนที่อยู่ไม่ ติดกัน - ไม่มี

- Ctrl + click หรือ

- Ctrl + Drag พื้นที่คลุม

- Ctrl ลูกศร + กด Spacebar
- ไอคอนทั้งหมด - Edit\Select All - Drag พื้นที่คลุม ทั้งหมด

- Ctrl + A หรือ

- Alt + E แล้วกด A

- ไอคอนที่ไม่เลือก - Edit\Invert Selection - Click เลือก แล้ว Ctrl + Drag ยกเลิก - Alt + E แล้วกด I

 

2. การสร้าง File Shortcut และ Folder ใหม่ การสร้าง File โปรแกรม, Shortcut ของไอคอน และ Folder เพื่อเก็บ Folder ย่อยหรือ File ต่าง ๆ สามารถทำได้โดย เปิด Computer แล้วเลือกเปิด Drive และ Folder ที่ต้องการจะเก็บไว้ จากนั้นให้คลิกที่เมนู Files หรือคลิก ขวาที่ว่างในหน้าต่าง เลือกคำสั่ง New แล้วเลือกรายการที่ต้องการ ดังนี้

คลิกเพื่อขยายภาพ

คลิกเพื่อขยายภาพ

รูป แสดงการเปิดเมนู File\New

- การสร้าง Folder ใหม่ ให้เลือก Folder เมื่อเกิดไอคอน New Folder ขึ้นมาให้พิมพ์ชื่อ Folder ที่ต้องการทับคำว่า New Folder

- การสร้าง File ใหม่ ให้เลือก File ที่เป็นชนิดของโปรแกรมที่เรา ต้องการ เมื่อเกิดไอคอน New Microsoft Word Document.doc ขึ้นมาให้พิมพ์ชื่อที่เราต้องการทับคำ ว่า New Microsoft Word Document

3. การแก้ไข File หรือ Folder ในบางครั้งการทำงานต่าง ๆ ของเรา อาจมีความจำเป็นที่จะต้องย้าย คัดลอก สร้างช็อตคัต เปลี่ยนชื่อ หรือลบ ไฟล์ หรือโฟลเดอร์ ที่มีอยู่เสมอ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราผู้ใช้ ต้องจัดการงานเหล่านี้ให้ได้ด้วยตนเอง ดั้งนี้น เพื่อนๆควรรู้จักรใช้เครื่องมือที่มีอยู่ในการแก้ไข ดังต่อไปนี้

รายการ
การแก้ไข
การใช้เมนู
หรือเมนูลัด
การใช้
คีย์บอร์ด
การใช้เครื่องมือ การใช้เมาส์
1. การย้าย (Cut) 1. Edit\Cut แล้ว
Edit\Paste
หรือ Edit\Move
to Folder
1. Ctrl + X
แล้ว Ctrl +
V
1. คลิกปุ่มตัด
(Cut) แล้วคลิก
ปุ่มวาง (Paste)
ห รือ ค ลิก ปุ่ม
Move To
1. Drag & Drop (ไดรว์เดียวกัน),
Shift + Drag & Drop (ไดรว์
ต่างกัน), Drag &
Drop ขวา
2. การคัดลอก
(Copy)
2. Edit\Copy
แล้ว Edit\Paste
หรือ Edit\Copy
to Folder
2. Ctrl + C
แล้ว Ctrl +
V
2. ค ลิก ปุ่ ม
คัด ล อ ก (Copy)
แล้วคลิกปุ่มวาง
( Paste) ห รือ
ค ลิก ปุ่ม Copy
To
2. Drag & Drop (ไดรว์ต่างกัน),
Ctrl + Drag & Drop (ไดรว์เดียวกัน),
Drag & Drop ขวา
3. ก า ร ส ร้า ง
ช็อตคัต
(Shortcut)
3. File\Create Shortcut 3. Alt + F
แล้ว S
3. ไม่มี 3. Drag & Drop
ขวา
4. การเปลี่ยนชื่อ
(Rename)
4. File\Rename 4. Alt + F
แล้ว M
4. ไม่มี 4. คลิกเลือก แล้ว
คลิกที่ชื่อ
5. ก า ร ล บ
(Delete)
5. File\Delete 5. Alt + F
แล้ว D
ห รือ ก ด
แ ป้ น
Delete
5. คลิกปุ่มลบ
(Delete)
5. ไม่มี

6) การค้นหา File และ Folder

ในบางครั้ง Files ต่าง ๆ ที่อยู่ในดิสก์ถึงแม้จะมีการจัดเก็บใน Folders ต่าง ๆ ไว้ อย่างดีแล้วก็ตาม แต่กรณีที่มี Files จำนวนมาก ๆ และไม่รู้ว่าอยู่ใน Folders ใด การค้นหาด้วยวิธีเปิด ขึ้นมาดูนั้น อาจจะไม่สะดวกสำหรับบนวินโดวส์ เราสามารถที่จะค้นหา Files หรือ Folders ที่ ต้องการได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้แถบเครื่องมือ Search ในทุก Windows หรือคลิกปุ่ม Start\Search แล้วพิมพ์ชื่อที่ต้องการให้โปรแกรมค้นหาและตั้งค่าค้นหาขั้นสูง ก็ได้

คลิกเพื่อขยายภาพ

รูป แสดง การเปิดโปรแกรมการค้นหา Files หรือ Folders

คลิกเพื่อขยายภาพ

รูป แสดง การเปิดรายการค้นหาขั้นสูง

 


การจัดการTaskbarและStartMenu

Taskbar เป็นแถบที่ตั้งของปุ่มเริ่มต้น (Start Menu) และโปรแกรมบางโปรแกรม สำหรับ เปิดหรือสั่งงานหรือโปรแกรม ซึ่งสามารถที่จะจัดการคุณสมบัติต่าง ๆ ได้ และที่บริเวณพื้นที่ว่าง ของ Taskbar จะใช้เป็นที่แสดงให้เห็นถึงงานหรือโปรแกรมที่กำลังเปิดอยู่ มีแถบ Quick Launch และ Notification Area ที่ช่วยทำให้เกิดความสะดวกในการเรียกใช้งานและโปรแกรมอย่างรวดเร็ว อีกด้วย

1. การจัดการกับ Taskbar

1) การเปลี่ยนแปลงขนาดของ Taskbar
โดยปกติ Taskbar จะมีขนาดบรรทัดเดียวอยู่ด้านล่างของ Desktop แต่เราสามารถ กำหนดขนาดของ Taskbar ใหม่ได้เมื่อต้องการให้แสดงไอคอนของโปรแกรมใช้งานที่เปิดไว้ จำนวนมาก ๆ หรือเมื่อต้องการใช้เครื่องมือ (Tool bar) มากขึ้นกว่าปกติ โดยให้ เลื่อนตัวชี้เมาส์ไป ยังขอบของ Taskbar ตัวชี้เมาส์จะเปลี่ยนเป็นหัวลูกศรคู่ แล้วจึงลาก (Drag) ขยายหรือลดขอบของ Taskbar ตามต้องการแล้วปล่อยปุ่มเมาส์ (Drop) แต่ไม่ควรมีความกว้างมากเกิน 2 เท่า เพราะจะทำ ให้พื้นที่ในการใช้งานที่หน้าจอมีน้อยลง หากอยากมีมาก ๆ ก็ควรใช้คุณสมบัติของการซ่อน Taskbar

คลิกเพื่อขยายภาพ

รูป แสดง การขยาย Taskbar ให้มีความกว้าง 2 เท่า

2) การย้ายตำแหน่งของ Taskbar
โดยปกติแล้ว Taskbar จะอยู่ด้านล่างของจอเสมอ ถ้าต้องการย้าย Taskbar ไปไว้ใน ตำแหน่งอื่น ๆ ก็สามารถย้ายไปได้ทั้ง 4 ด้านของจอภาพ โดยให้ตัวชี้เมาส์วางบนพื้นที่ว่างของ Taskbar (ไม่ให้ตรงกับปุ่มงานหรือโปรแกรม) แล้ว Drag & Drop ไปวางไว้ในด้านที่ต้องการ แต่ ต้องปลดล็อกก่อนทุกครั้ง (Lock the Taskbar) โดยการคลิกขาวที่ Taskbar แล้วเลือกเลือกเครื่องหมายถูกออกจาก Lock the Taskbar จากนั้นก็สามารถย้ายตำแหน่งของ Taskbar ได้ทันที

3) การใช้ Tool Bar บนแถบ Taskbar
เราสามารถที่จะกำหนด Tool bar ต่าง ๆ บนแถบ Taskbar ได้ เพื่อใช้เรียกงานหรือ โปรแกรมต่าง ๆ สะดวกขึ้น แต่ถ้าเรียกมาใช้มาก ๆ ก็ต้องเพิ่มพื้นที่ Taskbar ให้มีมากกว่าหนึ่งเท่า ด้วย จึงจะเห็นมุมมองที่ดีขึ้นด้วย โดยมี Tool bar ที่กำหนดให้มา คือ Address, Windows Media Player, Links, Desktop Quick Lunch และ Language bar หากต้องการ Tool bar อื่น ๆ ก็สามารถทำ ได้ ดังนี้

1. การใช้ Tool Bar ที่กำหนดมาให้
คลิกปุ่มขวาของเมาส์บน Taskbar จะเปิดเมนูลัดขึ้นเลือกคำสั่ง Toolbars แล้วเลือกรายการที่ต้องการ

รูป แสดง การเปิดเมนูลัด Toolbars บน Taskbar

2.การใช้ Tool Bar อื่น ๆ
เปิดเมนูลัดที่ Taskbar ขึ้น โดยการคลิกขวาที่ Taskbar เลือกคำสั่ง Toolbars แล้วเลือกรายการ New Folder จะเปิด New Toolbar จากนั้นให้ไปตำแหน่งที่อยู่ที่ต้องการ

รูป แสดง การเปิดรายการ New Folder บนเมนู Toolbars

3. การยกเลิกการใช้ Tool Bar
เปิดเมนูลัดที่ Taskbar ขึ้นเลือกคำสั่ง Toolbars แล้วเลือกรายการที่ต้องการ ยกเลิก โดยจะมองเห็นเครื่องหมายถูกอยู่หน้ารายการนั้น ให้คลิกถูกอีกครั้ง

4) การกำหนดคุณสมบัติ (Properties) ของ Taskbar and Start Menu
Taskbar and Start Menu ที่แสดงอยู่นั้นสามารถกำหนดคุณสมบัติต่าง ๆ ได้โดย เปิดเมนูลัดของ Taskbar แล้วเลือก Properties หรือคลิกปุ่ม Start\Settings\Taskbar & Start Menu จะเกิด Dialog box ของ Taskbar and Start Menu Properties ขึ้น มี 2 แถบ ดังนี้

1. การใช้ Taskbar Options
จากหน้าจอ Taskbar and Start Menu Properties ให้คลิกแท็บ General แล้วกำหนดรายละเอียดของช่องกาถูก (Check box)

รูป แสดง การเลือกแถบ General ของ Taskbar and Start Menu Properties

ซึ่งความหมายของคำสั่งต่างๆ มีดังนี้

- Look the taskbar ตรึง Taskbar ไว้ไม่ให้ถูกย้ายไปไหน
- Auto-hide the taskbar ใช้ซ่อน Taskbar ไว้จนกว่าจะเลื่อนตัวชี้ เมาส์ไปยังตำแหน่งของ Taskbar ถึงจะปรากฏให้เห็น
- Keep the taskbar on top of other windows แสดง Taskbarให้เห็น
ชัดเจนเสมอ แม้ว่าจะขยายวินโดวส์เต็มจอก็ตาม
- Group similar taskbar buttons จัดกลุ่มงาน/โปรแกรมเดียวกันที่
เปิดให้แสดงเป็นปุ่มเดียว
- Show Quick Launch แสดงแถบ Quick Launch

หลังจากเลือกทางเลือกใน Check box แล้วคลิกปุ่ม Apply คุณสมบัติของ Taskbar จะเปลี่ยนแปลงไปตามต้องการทันที โดยที่ Dialog box นี้จะไม่ถูกปิด เพื่อให้แก้ไขจน พอใจแล้วจึงคลิกปุ่ม OK เพื่อใช้คุณสมบัตินี้ โดย Dialog box จะถูกปิดด้วย

2. การใช้ Start Menu Programs
โดยปกติ เมื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมาใหม่ ๆ เราจะเปิดโปรแกรมต่าง ๆ เป็นจากการคลิกปุ่ม Start\ Programs แล้วเลือกโปรแกรมที่ต้องการ โดยที่บางคนไม่ทราบว่าเมนู เหล่านี้คืออะไร มีที่มาอย่างไร มีที่อยู่ที่ไหน และสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้หรือไม่ จริง ๆ แล้ว เมนูโปรแกรมแต่ละโปรแกรม จะถูกสร้างขึ้นมาให้เองตอนที่มีการติดตั้งโปรแกรม (ยกเว้นเป็น โปรแกรมดอสรุ่นเก่าและบางโปรแกรมอาจจะสร้างให้บน Desktop ด้วย) ซึ่งเรียกว่า Program Shortcuts เพื่ออำ นวยความสะดวกในการเรียกใช้โปรแกรมนั้น ๆ มีที่อยู่ที่ C:\User\saksit\AppData\Roaming\Microsoft\Windows\Start Menu ซึ่งสามารถเปิดได้ โดยคลิกขวา ที่ปุ่ม Start แล้วคลิกเลือกคำสั่ง Open หรือ Explore ก็ได้

การทำงานกับ Program Shortcuts เริ่มจาก Dialog box ของ Taskbar and Start Menu Properties ให้คลิกที่แท็บ Start Menu แล้วเลือก Classic Start Menu จึงจะสามารถเพิ่ม เมนูย่อยได้ คลิกปุ่ม Customize… จะมี 2 หัวข้องานให้เลือก


รูป แสดง การเลือกแถบ Advance ของ Taskbar and Start Menu Properties

Start Menu สามารถกำหนดรายการจาก 3 ปุ่ม ดังนี้

1) Add เป็นปุ่มที่ใช้เพิ่มเมนูได้ 2 แห่ง คือ ที่ปุ่ม Start และที่ปุ่ม Start\ Programs โดยมีขั้นตอนในการสร้าง ดังนี้
(1) การหาไฟล์โปรแกรม ให้คลิกปุ่ม Add… จะเปิดกล่อง โต้ตอบของการสร้างช็อตคัต (Create Shortcut) แล้วคลิกปุ่ม Browse… เพื่อไปหาไฟล์โปรแกรมที่ ต้องการสร้างแล้วคลิกปุ่ม Next เพื่อทำงานต่อไป แต่ถ้ายกเลิกให้คลิกปุ่ม Cancel



รูป แสดง การสร้างช็อตคัต (Create Shortcut)

(2) การกำหนดที่อยู่ของเมนู เมื่อคลิกปุ่ม Next จะเกิด Dialog box ของการนำช็อตคัตไปไว้ในโฟลเดอร์อะไรหรือในเมนูใดนั่นเอง (Select Program Folder) หาก มีโฟลเดอร์อยู่แล้วให้คลิกเลือกได้เลย แต่ถ้ายังไม่มีต้องการสร้างโฟลเดอร์ใหม่ขึ้นมา ให้คลิกเลือกที่ อยู่ของโฟลเดอร์นั้นก่อน แล้วคลิกปุ่ม New Folder…ตั้งชื่อให้กับโฟลเดอร์ใหม่ แล้วคลิกปุ่ม Next เพื่อทำงานต่อไป


รูป แสดง การนำช็อตคัตไปไว้ในโฟลเดอร์อะไรหรือในเมนูใด

(3) การตั้งชื่อให้กับช็อตคัต เมื่อคลิกปุ่ม Next จะเกิด Dialog box ของการตั้งชื่อช็อตคัตนั้น (Type a name for the shortcut) เสร็จแล้วให้คลิกปุ่ม Finish



รูปแสดง การตั้งชื่อช็อตคัตนั้น


เมื่อได้รายการเมนูเสร็จสิ้นแล้ว หากต้องการปรับเปลี่ยน ตำแหน่งให้อยู่ในตำแหน่งตามที่เราต้องการ ก็ให้คลิกปุ่ม Start หรือ Start\ Programs แล้ว Drag & Drop ในรายการเมนูนั้นได้เลย

2) Remove… เป็นปุ่มที่ใช้ลบไฟล์และโฟลเดอร์ช็อตคัต โดยให้ คลิกปุ่ม Remove… จะเปิดกล่องโต้ตอบของการลบช็อตคัต (Remove Shortcuts/Folders) แล้วให้ เลือกไฟล์หรือโฟลเดอร์ช็อตคัต คลิกปุ่ม Remove และสามารถเลือกลบต่อไปได้อีกจนเสร็จสิ้นให้ คลิกปุ่ม Close



รูป แสดง การลบช็อตคัต

นอกจากนี้ ยังสามารถลบได้โดยตรงจากการเปิดแบบ Windows Explorer หรือการลบจากเมนูที่กำลังเปิดขึ้น โดยการคลิกขวาที่เมนูที่ต้องการจะลบ เลือกคำสั่งลบ (Delete) ดังรูป



รูป แสดง การลบช็อตคัตด้วยเมนูลัด Delete

3) Advanced… เป็นปุ่มที่ใช้แสดงให้เห็นที่อยู่โดยเฉพาะของ Start Menu ในรูปแบบ Windows Explorer ดังรูป



รูป แสดง Windows Explorer ของ Start Menu

4) Sort เป็นปุ่มที่ใช้ จัดรายการใหม่บนเมนู Programs เพื่อจะได้ แสดงตามลำดับเริ่มต้น

5) Clear เป็นปุ่มที่ใช้ ลบรายการไฟล์ต่าง ๆ ที่เคยเปิดใช้ในเมนู ของ Start\ Documents

Advanced and Start menu options: ในหัวข้อนี้ ให้คลิกCheck box เพื่อเลือกให้ Start menu and Taskbar แสดงและอธิบายเป็นแบบใด


รูป แสดง การเลือกรายการให้แสดงรายละเอียดของ Advanced Start menu options

2. การเปิดโปรแกรมในแถบ Quick Launch และNotification Area

การเปิดโปรแกรมอีกที่หนึ่งที่สะดวกและรวดเร็ว คือ เปิดโปรแกรมที่แถบ Quick Launch บน Taskbar มากกว่าการเรียกใช้จากเมนู Start\Programs เนื่องจากใช้การคลิกที่ไอคอนเพียงครั้ง เดียว ก็สามารถเปิดโปรแกรมขึ้นใช้งานได้ ดังนั้น หากเราใช้โปรแกรมใดบ่อย ๆ ก็ควรสร้างหรือ คัดลอก Shortcut มาไว้ในแถบ Quick Launch โดยการลากไอคอนบนเดสก์ทอปมาวางบนแถบ Quick Launch ซึ่งสามารถแบ่งไอคอนเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

- ไอคอนหลัก

การลากไอคอนหลักที่หน้าจอ ได้แก่ Computer, Documents, Recycle Bin และ Internet Explorer จะไม่สามารคัดลอกหรือย้ายได้ แต่ให้สร้าง Shortcut ได้อย่างเดียว



รูป แสดง การลาก Computer มาปล่อยไว้ใน Quick Launch

- ไอคอนโปรแกรมอื่น ๆ

การลากไอคอนของโปรแกรมอื่น ๆ ถ้าเป็นโฟลเดอร์หรือ ไฟล์ เมื่อลากมาวางจะ สร้างเป็นช็อตคัตให้ที่แถบ Quick Launch เลย แต่ถ้าเป็นไฟล์ช็อตคัตแล้ว เช่น Microsoft Word 2000, Microsoft Excel 2000 และ อื่น ๆ เมื่อลากมาวางจะเป็นการคัดลอกมาไว้ที่แถบ Quick Launch หากมีความประสงค์ที่จะย้ายไอคอนมาไว้ที่แถบ Quick Launch ก็สามารถทำได้โดยให้กด แป้น Shift ค้างไว้ แล้วลากไอคอนมาปล่อยบนแถบ Quick Launch


รูป แสดง การลาก Microsoft Word มาปล่อยไว้ใน Quick Launch

นอกจากนี้ หากต้องการความรวดเร็วในการสร้าง Shortcut ของโปรแกรมต่าง ๆ ที่ยังม่ได้ สร้างไว้บนเดสก์ทอป ให้เปิดโปรแกรม Windows Explorer และนำเรื่องการแก้ไขไฟล์และ โฟลเดอร์แบบ Windows Explorer มาประยุกต์ใช้โดยสร้าง Shortcut ของไฟล์โปรแกรมที่ต้องการ ไว้ที่ C:\User\saksit\AppData\Roaming\Microsoft\Windows\Start Menu\Programs ส่วนการ ลบช็อตคัตในแถบ Quick Launch ก็คลิกขวาที่ไอคอน แล้วเลือกคำสั่ง Delete



รูป แสดง การใช้เมนูลัดโดยคลิกขวาที่ปุ่มไอคอน Computer มาปล่อยไว้ใน Quick Launch

สำหรับการย้ายไอคอนมาไว้ที่ตำแหน่งที่ต้องการ ก็ทำได้โดยลากและวางเท่านั้นเอง หากไอคอนมีจำนวนมาก แถบเครื่องมือจะแสดงให้เห็นว่ายังมีไอคอนต่อไปอีกทางท้ายชุดแถบ เครื่องมือ ซึ่งสามารถเรียกเมนูมาใช้เปิดโปรแกรมตามที่ต้องการได้
ส่วน Icon ของระบบและโปรแกรมต่าง ๆ ที่อยู่บนแถบพื้นที่ Taskbar ด้านขวา หรือ Notification Area สามารถดับเบิลคลิกเปิดโปรแกรมนั้น ๆ ได้เลย

3. การออกจากวินโดวส์ที่ปุ่ม Start

เป็นที่ทราบกันทั่วไป เมื่อมีเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ใช้งานใหม่ ๆ เราสามารถเปิด โปรแกรมต่าง ๆ และปิดเครื่อง โดยผ่านทางปุ่ม Start ซึ่งปุ่ม Start คือปุ่มที่เก็บรวบรวม Shortcut ของคำสั่ง งาน และโปรแกรมต่าง ๆ ที่ติดตั้งอยู่ภายใน ที่สามารถเรียกใช้คำสั่ง งาน และเปิด โปรแกรมเหล่านี้ได้ โดยคลิกปุ่ม Start แล้วเลือกรายการเมนูที่ต้องการ
กรณีที่ไม่สามารถคลิกปุ่ม Start ได้ให้กดปุ่มโลโก้วินโดวส์ที่คีย์บอร์ด จะเปิดเมนู Start ให้เอง



รูป แสดง คลิกปุ่ม Start เพื่อเปิดเมนู แล้วไปที่ปุ่มหัวลูกศรทางขวามือ จะมีเมนูให้เลือกออกจาก วินโดวส์ หรือบู๊ตเครื่องใหม่ หรือเปลี่ยนผู้ใช้


การตั้งค่า Control Panel และการใช้โปรแกรม Accessories

การตั้งค่าหรือกำหนดค่า ของรายละเอียดในการใช้งานและอุปกรณ์ต่าง ๆ Control Panel และ Accessories เป็นโปรแกรมมาตรฐานที่ติดตั้งมากับโปรแกรมวินโดวส์ จะมีเครื่องมือหรือ อุปกรณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ได้ตามต้องการ

การใช้คำสั่ง Setting เป็นการตั้งค่าให้กับการใช้งานในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่คำสั่ง Control Panel และซึ่งมีรายการคำสั่งต่าง ๆ ได้แก่, Dual-Up Networking, Printer และTaskbar and Start Menu จะได้อธิบายการใช้งานอย่างละเอียด ดังต่อไปนี้

1. Control Panel และส่วนประกอบของ Control Panel

แผงควบคุม (Control Panel) เป็นส่วนที่ช่วยเหลือในการปรับแต่งตั้งค่าระบบของ Windows Vista ให้สามารถทำงานได้สะดวกรวดเร็ว พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ เป็นไปอย่างเหมาะสม เครื่องมือที่มีอยู่ในแผงควบคุม จะทำให้เราติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ การติดตั้งและ ลบโปรแกรม การปรับแต่งการแสดงผล การปรับแต่งโมเด็ม การปรับแต่งเมาส์ การปรับแต่ง


รูป แสดง หน้าต่างหลักของแผงควบคุม (Control Panel) แบบ Vista และแบบ Classic

ลักษณะไอคอน

ชื่อไอคอน

หน้าที่

Add New Hardware

ใช้ติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ ๆ ผ่านขั้นตอนการช่วยเหลือ

Date and Time

ตั้งวันที่ เวลา รวมทั้งโซนที่ใช้งาน

Device Manager

เป็นการตั้งค่า ไดรเวอร์ของอุปกรณ์ ๆ

Folder Option

กำหนดลักษณะการแสดงผลของไฟล์หรือโฟลเดอร์

Fonts

เรียกดูคุณสมบัติและเพิ่มรูปแบบตัวอักษร

Internet Options

กำหนดคุณสมบัติในการใช้งาน Internet

Keyboard

ใช้ปรับแต่งคุณสมบัติของแป้นพิมพ์

Mouse

ใช้ปรับแต่งคุณสมบัติของเมาส์

Network

จัดการและกำหนดค่าเกี่ยวกับอุปกรณ์เครือข่ายต่าง ๆ

Personalizes

กำหนดค่าส่วนบุคคล

Phone and Modem Option

การเชื่อมต่อโทรศัพท์และโมเด็ม

Printers

ใช้ติดตั้งและถอนเครื่องพิมพ์

Programs and Features

ใช้ติดตั้งและถอนโปรแกรมประยุกต์จากเครื่อง เพิ่มเติม/ลดส่วนประกอบของวินโดวส์

Regional and Languages

การตั้งค่าภูมิภาคและภาษา

Sound

การตั้งค่าอุปกรณ์เกี่ยวกับเสียง

System

การตั้งค่าระบบ

Taskbar and Start Menu

การตั้งค่า Taskbar and Start Menu

User Accounts

การตั้งค่าผู้ใช้

Windows Sidebar

การจัดการแถบ Sidebar

Windows Sideshow

การจัดการปฏิทิน  ฯลฯ

Automatic Updates

ใช้ปรับปรุงข้อมูลใหม่ ๆ ให้กับวินโดวส์ อย่าง อัตโนมัติเมื่อเชื่อมต่อ Internet

 

การใช้งานและการตั้งค่าต่าง ๆ ของ Control Panel สามารถเรียกใช้งานได้ในหลาย ๆ ทาง ได้แก่ การคลิกที่ Start\Settings\Control Panel หรือ การดับเบิลคลิกไอคอน Control Panel ใน หน้าต่าง My Computer หรือ การคลิกไอคอน Control Panel บนMicrosoft Office Shortcut Bar เป็น ต้น ก็จะเป็นการเปิดหน้าต่าง Control Panel ออกมา หลังจากนั้นจึงดับเบิลคลิกไอคอนที่จะตั้งค่า ตามต้องการ ซึ่งมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

1.1 Add New Hardware
เมื่อเรามีความจำเป็นที่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ (Hardware) เพิ่มเติมให้กับเครื่อง คอมพิวเตอร์ เราต้องนำอุปกรณ์มาเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน แล้วจึงเปิดเครื่อง คอมพิวเตอร์ขึ้น โดยทั่วไปแล้วเครื่องจะตรวจพบอุปกรณ์ใหม่นี้เอง และจะมีแผ่น Wizard มา ช่วยเหลือในการติดตั้งไดรเวอร์ของอุปกรณ์นั้น ที่เรียกกันว่าเป็นระบบ Plug and Play สำหรับไอ คอน Add New Hardware นี้จะใช้ในการติดตั้ง Hardware ในกรณีที่เครื่องอาจจะตรวจไม่พบ อุปกรณ์นั้นหรือเราต้องการที่จะติดตั้งใหม่อีกครั้งหรือเมื่อมีปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากอุปกรณ์ใด


รูป แสดง แผ่นงานเริ่มต้นของ Add New Hardware



รูป แสดง การให้ Windows ช่วยติดตั้งอัตโนมัติหรือจะเลือกรายการอุปกรณ์เอง



รูป แสดง กรณีให้ Windows ช่วยติดตั้งอัตโนมัติ ก็เริ่มต้นค้นหา Hardware Device ใหม่



รูป แสดง กรณีเลือกรายการอุปกรณ์ Hardware ที่ให้มาเอง



รูป แสดง Windows ก็จะค้นหาอุปกรณ์ที่ได้เลือกไว้ให้



รูปแสดง Windows ค้นหาอุปกรณ์การติดต่อสื่อสารที่ช่องสัญญาณอนุกรม Com1 และ Com3



รูป แสดง Windows ได้ติดตั้งไดร์ฟเวอร์อุปกรณ์เสร็จสิ้นแล้ว

1.2 Date and Time
เมื่อต้องการเปลี่ยนแปลงวันที่และเวลาใหม่ สามารถดับเบิลคลิกที่ไอคอน Date/Time นี้ หรือคลิกที่แสดงเวลาบน Taskbar ก็ได้ จะปรากฏกล่องโต้ตอบ ถ้าต้องการเปลี่ยน วันที่และเวลา ให้คลิกที่ Tab ของ Date & Time และถ้าต้องการเปลี่ยน Time Zone ให้คลิกเลือก Tab ของ Time Zone กำหนดรายละเอียดตามต้องการแล้วคลิกปุ่ม OK


รูป แสดง การคลิกที่แสดงเวลาบน Taskbar เปลี่ยนวันที่และเวลาได้เลย




รูป แสดง การตั้งค่าวันที่และเวลาใน Control Panel

1.3 Device Manager
เป็นการตรวจสอบ และตั้งค่าไดรเวอร์ของอุปกรณ์ ๆ


รูปแสดง การตั้งค่าไดรเวอร์ของอุปกรณ์

1.4 Folder Options
เป็นการตั้งค่าตัวเลือกต่าง ๆ ของวินโดวส์


รูปแสดง แท็บ General การตั้งค่าการเปิด และการแสดงผลของหน้าต่าง



รูปแสดง แท็บ View การตั้งค่ามุมมอง และการแสดงผลในรายละเอียด



รูป แสดง แท็บ Search การตั้งค่าเกี่ยวกับการค้นหา

1.5 Fonts
เป็นโฟล์เดอร์ช็อตคัตที่ใช้เรียกดูคุณสมบัติ ลักษณะ และการเพิ่มรูปแบบของ ฟอนต์ให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีตำแหน่งที่อยู่ใน c:\windows\fonts
ฟอนต์ (Fonts) คือ รูปแบบของตัวอักษรที่ถูกติดตั้งมากับวินโดวส์ โดยหากเรา ติดตั้งวินโดวส์ที่เป็นเวอร์ชันภาษาไทยแล้ว เราก็จะสามารถใช้ได้ทั้งฟอนต์ภาษาอังกฤษและ ภาษาไทย แต่ในบางครั้งเราอาจต้องการใช้งานฟอนต์ที่มีรูปแบบสวยงาม หรือแปลกใหม่กว่าฟอนต์ มาตรฐานที่ถูกติดตั้งอยู่ในวินโดวส์ ก็สามารถติดตั้งเพิ่มเข้าไปได้ โดยที่หน้าต่างของ Control Panel ให้เปิดไอคอน Fonts ขึ้น ถ้าจะดูลักษณะของฟอนต์ให้ดับเบิลคลิกที่ไอคอนของฟอนต์นั้น


รูป แสดง หน้าต่างของ Fonts และคลิกขวาเปิดเมนูลัด Install New Font



รูป แสดง  การเพิ่ม Fonts และต้องไปที่ที่เก็บฟอนต์ (ตามรูปเป็นการสาธิตที่มีฟอนต์อยู่แล้ว)



รูป แสดง การติดตั้งและพบฟอนต์ Angsana New เหมือนกัน ให้คลิก Yes



รูป แสดง การติดตั้ง ถ้าไม่พบฟอนต์เหมือนกัน ก็จะคัดลอกลงเครื่อง

1.6 Internet Options
การกำหนดคุณสมบัติตัวเลือกในการใช้งานกับโปรแกรม Internet Explorer เพื่อ เรียกดู Web Site ต่าง ๆ


รูป แสดง แท็บ General ตั้งค่าเว็บเริ่มต้น ประวัติ และแท็บ Security ดูแลความปลอดภัย



รูป แสดง แท็บ Primacy ตั้งค่าภูมิภาคการใช้ และแท็บ Content ตั้งค่าเกี่ยวกับเนื้อหา



รูป แสดง แท็บ Connection ใช้เชื่อมต่อกับเครือข่าย และแท็บ Programs ไว้เปิดงานในเว็บ



รูป แสดง แท็บ Advance ใช้ในการตั้งค่าขั้นสูง

1.7 Keyboard
การปรับแต่งคุณสมบัติของแป้นพิมพ์หรือคีย์บอร์ด (Keyboard) เพื่อให้มี ประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละคน โดยเปิดไอคอน Keyboard ใน Control Panel ขึ้น จะเปิดกล่องโต้ตอบของ Keyboard ขึ้น และมีแท็บงานอยู่ 2 แท็บ คือใช้กำหนด หรือปรับแต่งคุณสมบัติด้านความเร็วของแป้นพิมพ์กับลักษณะการพิมพ์ซ้ำและตัวกระพริบ


รูป แสดง การเลือกแท็บ Speed ของกล่องโต้ตอบ Keyboard Properties

จากรูป
Repeat delay : ปรับจำนวนเวลาที่จะปล่อยให้ผ่านไปก่อนที่จะพิมพ์อักขระซ้ำเมื่อเรากดแป้นหนึ่งๆ ค้างไว้
Repeat rate : ปรับความเร็วซึ่งใช้ในการพิมพ์อักขระซ้ำขณะที่เรากดแป้นใดแป้นหนึ่งค้างไว้
Clik here and hold down a key to test repeat rate : ให้พิมพ์หนึ่งตัวในช่องว่างเพื่อทดสอบการตั้งค่า Repeatdelay และ Repeat rate
Cursor blink rate : ปรับความเร็วซึ่งเคอร์เซอร์ (หรือจุดแทรก)ใช้ในการกะพริบ

1.8 Mouse
ใช้ปรับแต่งคุณสมบัติของเมาส์ ได้แก่ การตั้งค่าปุ่ม การเปลี่ยนรูปร่างลักษณะเมาส์ การตั้งค่าตัวเลือก ลูกล้อเลื่อน และฮาร์ดแวร์


รูป แสดง การเลือกแท็บ Buttons ของกล่องโต้ตอบ Mouse Properties

จากรูป
Switch primary and secondary buttons : เปลี่ยนปุ่มสำหรับคนถนัดซ้าย
Speed : ปรับเลื่อนถ้าดับเบิลคลิก ถ้าไม่ได้ให้มาทางซ้าย


รูป แสดง การเลือกแท็บ Pointers ของกล่องโต้ตอบ Mouse Properties

จากรูป
Windows Aero (System scheme) : เปลี่ยนเมาส์เป็นชุดเลย
Customize : เปลี่ยนทีละรูป


รูป แสดง การเลือกแท็บ Pointer Options ของกล่องโต้ตอบ Mouse Properties

จากรูป
Select a pointer speed : ปุ่มเพิ่มความเร็ว
Snap To : เลื่อนตัวชี้ตำแหน่งเมาส์ ไปที่ปุ่มเริ่มต้น
Display pointer trails : ใส่หางให้เมาส์
Hide pointer while typing : ซ่อนเมาส์ในขณะพิมพ์
Show location of pointer when I press the CTRL key : แสดงที่อยู่ของเมาส์เมื่อกดแป้น Ctrl


รูป แสดง การเลือกแท็บ Whele ของกล่องโต้ตอบ Mouse Properties

จากรูป
Roll the wheel one notch to scroll : ล้อเลื่อน 3 บรรทัดแนวตั้ง
Tilt the wheel to scroll the following num ber of characters at time : ล้อเลื่อน 3 บรรทัดแนวนอน

1.9 Network and Sharing Center
เป็นศูนย์กลางการติดต่อกับระบบเครือข่ายและการใช้ทรัพยากรร่วมกัน


รูป แสดง หน้าต่าง Network and Sharing Center

1.10 Personalization
เป็นการติดตั้งส่วนบุคคล ได้แก่ การจัดการสีหน้าต่าง พื้นหลัง ภาพพักหน้าจอ เสียง เมาส์ ชุดรูปแบบ และตั้งค่าหน้าจอ


รูป แสดง หน้าต่างแรกของ Personalization

 

1.10.1 Windows Color and sounds
การจัดการตั้งสีและรูปแบบของหน้าต่าง

คลิกเพื่อขยายภาพ
รูป แสดง การจัดการสีสันของหน้าต่างแบบง่าย ๆ และขั้นสูง

 

1.10.2 Display Background
การจัดการพื้นหลังหรือพื้นจอภาพ


รูป แสดง หน้าต่างการจัดการรูปภาพพื้นหลัง

จากรูป
Picture Location : คือการเลือกรูปภาพ ที่เราเก็บไว้ตามไดวร์ต่างๆ
How should the picture be positioned? : เป็นการวางตำแหน่งของรูป หรือการแสดงบนจอ



รูป แสดง การตั้งค่าภาพพักหน้าจอ

1.10.4 Theme
ชุดรูปแบบของหน้าจอ



รูป แสดง การใช้ชุดรูปแบบจัดการสีหน้าต่าง พื้นหลัง เมาส์ พักหน้าจอ

1.10.5 Display Setting
การตั้งค่าความละเอียดและการแสดงผลของจอภาพ


รูป แสดง การจัดการการแสดงผลของจอภาพ


รูป แสดง การใช้การตั้งค่าขั้นสูง เพื่อมาตรวจสอบอุปกรณ์การ์ดจอ และจอภาพ

1.11 Phone and Modem Options
ใช้กำหนดค่าพื้นที่ เลขหมายโทรศัพท์ในการเชื่อมต่อด้วย Modems


รูป แสดง การตั้งค่าพื้นที่ เลขหมายโทรศัพท์ในการเชื่อมต่อด้วย Modems

1.12 Printers
เป็นโฟลเดอร์ของการติดตั้งเครื่องพิมพ์ ซึ่งใช้กำหนดค่าและติดตั้งเครื่องพิมพ์ การ ติดตั้งเครื่องพิมพ์ นั้น โดยทั่วไปต้องปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน แล้วจึงต่ออุปกรณ์สายสัญญาณ ระหว่างเครื่องพิมพ์กับพอร์ตที่ตัวเครื่อง และต่อสายไฟระหว่างเครื่องพิมพ์กับปลั๊กไฟบ้าน จากนั้น จึงเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ วินโดวส์จะตรวจพบเครื่องพิมพ์ที่เพิ่งต่อเข้าใหม่นี้เอง และจะให้ลง ไดรฟ์เวอร์ของเครื่องพิมพ์ ที่เรียกกันว่าเป็นระบบ Plug and Play ส่วนการติดตั้งเครื่องพิมพ์ ในที่นี้ จะใช้ได้ในกรณีที่ไม่มีไดรเวอร์เอง ให้ลงไดรเวอร์จาก Windows Vista จะมีระบบไดรเวอร์ที่มี จำนวนมาก


รูป แสดง หน้าต่างของ Printers คลิกปุ่มเครื่องมือ Add Printer

 

รูป แสดง การเลือกว่าใช้ส่วนตัวหรือใช้ร่วมกันในเครือข่าย


รูป แสดง เลือกช่องสัญญาณที่ใช้กับ Printers


รูป แสดง การ พบ Printers และถ้ามีไดรเวอร์จากแผ่น ให้คลิก Have disk


รูป แสดง การติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องการทดสอบหรือไม่


รูป แสดง Printers ที่มีเครื่องหมายถูกสีเขียว เป็นตัวมาตรฐานในการพิมพ์งานจากโปรแกรมต่าง ๆ

1.13 Programs and Features
ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ จำเป็นที่ต้องใช้โปรแกรมระบบปฏิบัติการ Windows Vista แล้ว เราต้องมีโปรแกรมประยุกต์อื่น ๆ เพื่อใช้งานในด้านต่าง ๆ เช่น Microsoft Office, WinZip, ACDsee และอื่น ๆ ดังนั้นการติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม หรือการถอนโปรแกรมออกจาก ระบบ สามารถที่ติดตั้งได้โดยเปิดหน้าต่างที่เก็บโปรแกรมเหล่านั้นแล้วดับเบิลคลิกไฟล์ที่ใช้ติดตั้ง ได้แก่ไฟล์ชื่อ setup.exe หรือ install.exe และใช้ไฟล์หรือเมนูคำสั่งชื่อ uninstall.exe ในการถอน โปรแกรมนั้น ๆ และอีกทางหนึ่งที่สามารถทำได้ คือการใช้ไอคอน Programs and Features นี้ ทั้งยัง สามารถเพิ่มหรือลบส่วนประกอบของ Windows แต่ถ้ายังไม่มีความรู้หรือความชำนาญ ยังไม่ควร เข้าที่นี่ เพราะอาจจะดำเนินการถอนโปรแกรมออกไม่รู้ตัวได้

คลิกเพื่อขยายภาพ
รูป แสดง หน้าต่างการติดตั้งและถอนโปรแกรม

1.14 Regional and Language
ใช้ในการตั้งค่าภูมิภาค และภาษา ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับการ กำหนดภาษาที่ใช้คีย์บอร์ดพิมพ์งาน คือ แป้นเปลี่ยนสลับภาษาไทยกับอังกฤษ


รูป แสดง ที่แท็บ Keyboard and Language Option แล้วคลิกที่ปุ่ม Change Keyboard


รูป แสดง ที่แท็บ Advance Key Setting แล้วเลือกรายการแรก คลิกปุ่ม Change Key Sequence
ต้องเลือกทางด้านซ้ายหัวข้อ Grave Accent

1.15 Sound
ใช้ในการตั้งค่าอุปกรณ์เสียง


รูป แสดง การตั้งค่าอุปกรณ์ลำโพง ไมค์ สายต่อสัญญาณ



รูป แสดง การตั้งค่าเสียงในระบบ Windows หากต้องการตั้งเสียงเอง ต้องเป็นไฟล์ชนิด Wav

1.16 System
การตรวจสอบ แก้ไข และกำหนดคุณสมบัติของระบบของเครื่องคอมพิวเตอร์ เนื่องมาจากการติดตั้งฮาร์ดแวร์หรือการ์ดต่าง ๆ มักจะมีปัญหาการติดตั้งไดรฟ์เวอร์ที่เราติดตั้งลงไป อาจเกิดปัญหาขึ้นแต่แรกหรืออาจเกิดปัญหาขึ้นในภายหลังจากการใช้งานก็ได้
การแสดงข้อมูลเบื้องต้นได้แก่ ชื่อและเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ ชื่อและ องค์กรผู้ลงทะเบียนใช้ ซีพียูของเครื่องคอมพิวเตอร์และขนาดของหน่วยความจำที่ติดตั้งไว้

คลิกเพื่อขยายภาพ
รูป แสดง รายละเอียดที่หน้าต่าง System สามารถนำมาใช้ตรวจสอบว่าตรงกับที่ซื้อหรือไม่

1.17 Taskbar and Start Menu
การตั้งค่า และกำหนดคุณสมบัติของ Taskbar and Start Menu


รูป แสดง แท็บ Taskbar ที่ใช้กำหนดคุณสมบัติของ Taskbar and Start Menu


รูป แสดง แท็บ Start Menu ใช้ในการกำหนดรูปแบบเมนู ว่าเป็นแบบใหม่หรือแบบคลาสสิค

 


รูป แสดง แท็บ Notification Area ต้องการให้แสดง/ซ่อน อะไรบ้าง

 


รูป แสดง แท็บ Toolbars ต้องการเครื่องมืออะไรบ้าง

1.18 User Accounts
การสร้างบัญชีผู้ใช้ การปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่าง ๆ รูปภาพ รหัสผ่าน

คลิกเพื่อขยายภาพ
รูป แสดง หน้าต่างของ User Accounts

1.19 Windows Sidebar Properties
การตั้งค่าให้เปิด Sidebar อย่างไร อยู่ด้านไหน



รูป แสดง หน้าต่างของ Windows Sidebar Properties

1.20 Windows SideShow
การจัดการปฏิทิน อีเมล ฯลฯ

คลิกเพื่อขยายภาพ
รูป แสดง หน้าต่างของ Windows SideShow

2. การใช้งานโปรแกรม Accessories
Accessories เป็นโปรแกรมมาตรฐานที่ติดตั้งมากับโปรแกรมวินโดวส์ จะมีเครื่องมือหรือ อุปกรณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ได้ตามต้องการ โดยคลิกปุ่ม Start\All Programs\Accessories แล้วจึงคลิกเลือกรายการตามที่ต้องการใช้งาน ได้แก่ Calculator, Command Prompt, Notepad, Paint, Remote Desktop Connection, Run, Sound Recorder, Windows Explorer, Windows Sidebar และ WordPad



รูป แสดง การเปิดโปรแกรม Accessories

2.1 Calculator
โปรแกรมเครื่องคำนวณ



รูป แสดง โปรแกรมเครื่องคิดเลข

2.2 Command Prompt
การใช้โปรแกรมคำสั่ง DOS



รูป แสดง  โปรแกรม DOS

2.3 Notepad
การใช้โปรแกรมพิมพ์แต่ข้อความ



รูป แสดง โปรแกรม Notepad ไว้พิมพ์งานข้อความ

2.4 Paint
การใช้โปรแกรมวาดรูป และบันทึกไฟล์รูปภาพ



รูป แสดง โปรแกรม Paint ใช้วาดรูปหรือแก้ไขรูปภาพ และบันทึกเป็นไฟล์รูปภาพ

2.5 Remote Desktop Connection
การใช้ตัวเชื่อมต่อ Remote Desktop Connection



รูป แสดง การใช้โปรแกรมรันไฟล์ regedit

จากรูป ให้คลิกที่ Start เลือก Run แล้วพิมพ์ regedit  จากนั้นกด OK จะเข้าสู่หน้าต่าง ดังรูปภาพด้านบน

 

2.7 Sound Recorder
โปรแกรมบันทึกเสียง



รูป แสดง การใช้โปรแกรมบันทึกเสียงผ่านไมโครโฟน

2.8 Windows Explorer
โปรแกรมหน้าต่างสำรวจของ Windows Vista



รูป แสดง การใช้โปรแกรม Windows Explorer

2.9 Windows Sidebar
โปรแกรม Windows Sidebar สำหรับเพิ่มรายการที่จำเป็นต้องใช้งาน หรือ เรียกมา เช่น นาฬิกา ภาพสไลด์ หุ้น ฯลฯ



รูป แสดง โปรแกรม Windows Sidebar สามารถเพิ่มได้ ให้คลิก + เรียกชุด Gadgets มา

รูป แสดง การดับเบิลคลิกที่ไอคอนเรียกโปรแกรมย่อยมาแสดงที่ Sidebar
และสามารถตั้งค่าคุณสมบัติต่าง ๆ เช่น เปลี่ยนรูปแบบนาฬิกา ฯลฯ

2.10 WordPad
โปรแกรม WordPad

คลิกเพื่อขยายภาพ
รูป แสดง การพิมพ์งานและตกแต่งข้อความได้บ้าง บนโปรแกรม WordPad