ผู้ชม
1
เนื้อหา
23
เนื้อหาที่เปิดอ่าน
7714499

 

พื้นฐานการทำงานของ Windows Vista

 

ในวินโดวส์วิสต้า ได้ปรับให้ในส่วนของการจัดการฮาร์ดแวร์ การจัดเก็บข้อมูลบนไดรว์ และการจัดหาชุด APls (Application Programming Interface) ที่ซอฟต์แวร์ตัวอื่นเรียกใช้งานได้ ให้มีการตอบสนองต่ออาการทำงานได้ดียิ่งขึ้น

ในส่วนของการพัฒนาที่สำคัญที่สุดของวิสต้าจะถูกวางไว้อยู่ใต้สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า ซึ่ง ส่วนใหญ่การพัฒนาที่เกิดขึ้นจะสัมพันธ์กับระบบรักษาความปลอดภัย โดยเราได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ อย่างละเอียดแล้วในกรอบ “ไมโครซอฟท์ปิดกั้นระบบรักษาความปลอดภัย...และผู้ค้าซอฟต์แวร์ ระบบรักษาความปลอดภัย”

การเชื่อมโยงต่อระบบเครือข่าย (Networking) ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับการปรับปรุง โดย ชั้น TCP/IP ใหม่ในวิสต้าจะมีสแต็กที่สนับมนุน IPv6 โดยตรง และปรับแต่งให้รองรับทำงาน ต่างๆ ที่ผ่าน TCP บนวินโดวส์ให้ดียิ่งขึ้น แถมยังมาพร้อมกับการสนับสนุนการเชื่อมต่อไร้สาย (Wi-Fi) ที่ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

วิสต้าได้รับการปรับปรุงเรื่องประสิทธิภาพการทำงานในส่วนต่าง ๆ มากมาย เช่น SuperFetch ที่คอยติดตามโปรแกรมที่ถูกเรรียกใช้บ่อย เพื่อโหลดพวกมันไว้ล่วงหน้า ReadyBoost ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้หน่วยความจำแฟลชบนไดรว์ยูเอสบีความเร็วสูงเป็นสวอปไฟล์เพิ่มเติม (ทำ ให้สวอปไฟล์ทำงานได้เร็วกว่าการหมุนจานดิสก์ในฮาร์ดไดรว์) ReadyDrive สนับสนุนฮาร์ดดิสก์ แบบไฮบริดที่ภายในมีแคชเป็นหน่วยความจำแฟรช พร้อมกันนี้วิสต้าจะมาพร้อมกับกลไกการ จัดการ I/O ให้มีการทำงานตามลำดับความสำคัญได้ อย่างเช่น สามารถทำให้โปรแกรมอย่างเช่น Windows Defender สแกนในแบ็กกราวนด์ได้โดยไม่ทำให่กิจกรรมที่โฟร์กราวนด์ชะงัก นอกจากนี้ วิสต้ายังสามารถตั้งเวลาให้ระบบทำดีแฟรกไดรว์โดยอัตโนมัติได้อีกด้วย โดยรวมแล้ว ประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้วิสต้าถือว่าเป็น “บวก” สำหรับการรันบนเครื่องแรง ๆ

วิสต้ายังมาพร้อมกับ Sleep mode ตัวใหม่ที่อ้างว่าช่วยให้การพักระบบชั่วคราว (suspending) และการกลับมาพร้อมทำงาน (resuming) เร็ว และเสถียรขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเครื่องที่ ทดสอบเราไม่รู้สึกว่า sleep mode ตัวใหม่ให้คำตอบที่ดีกว่าเดิมจริง ๆ สำหรับสาเหตุที่ทำให้ได้ผล เช่นนี้ อาจจะมาจากวิสต้าเอง หรือฮาร์ดแวร์หรือไดรเวอร์ และไบออส เป็นเรื่องที่ตัดสินได้ยากอยู่ เหมือนกัน

ไมโครซอฟท์ยังได้เปลี่ยนแปลงการทำงานพื้นฐานอีกมากมาย รวมถึงในส่วนที่เป็นเคอร์ เนล (Kernel) ของวิสต้าด้วย โดยจะเป็นพวกฟังก์ชันระดับล่างอย่างเช่น การบริหารจัดการ หน่วยความจำ , การทำ งานที่สอดคล้องกันของโพรเซสเซอร์หลายตัว (multi-processor synchronization) และการจัดตารางการทำงานของ I/O การปรับปรุงส่วนใหญ่ก็เพื่อช่วยให้ สมรรถนะของการทำงาน ตลอดจนระบบรักษาความปลอดภัย และความเชื่อถือได้ของระบบดีขึ้น

นอกจากนี้ วิสต้ายังได้เพิ่มเติมในส่วนของ Windows API โดยรวมเอาเฟรมเวิร์กของ .NET 3.0 ไว้ด้วย ทำให้นักพัฒนาได้ใช้ความสามารถต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Wimdows Presentation Foundation (ก่อนหน้านี้ใช้โค้ดเนมว่า Avalon), Windows Communication Framework (ก่อนหน้านี้เรียกว่า Indigo) และ Windows CardSpace (ก่อนหน้านี้เรียกว่า InfoCard) แต่ไม่มี WinFS (Windows Future Storage) ระบบจัดเก็บไฟล์ในรูปแบบฐานข้อมูล